ซึ่งการปูพื้นสระชั้นเดียว จะต้องใช้น้ำยางข้นในปริมาณ 0.69 กิโลกรัม (กก.)/ตารางเมตร(ตร.ม.) และถ้าปูสระสองชั้นจะใช้น้ำยางข้นในปริมาณ 2.43 กก./ตร.ม. เพราะต้องใช้น้ำยางพ่นและชุบผ้า มากกว่าการเคลือบผ้าชั้นเดียว ดังนั้นหากขุดสระเก็บน้ำขนาด 1 ไร่ (กว้างxยาวxลึก : 40x40x 5 เมตร) ถ้าปูชั้นเดียวจะต้องใช้น้ำยางข้น 1,655 กก.
และถ้าปูสระสองชั้น จะใช้น้ำยางข้นถึง 5,832 กก. หากสามารถขุดสระกักเก็บน้ำตำบลละ 1 แห่ง ประเทศไทยมีประมาณ 7,255 ตำบล ถ้าปูสระเพียงแค่ชั้นเดียว จะต้องใช้น้ำยางข้นรวมกันมากกว่า 12,000 ตัน และหากปูสองชั้นใช้มากกว่า 42,000 ตัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล ได้อย่างเห็นผล เป็นรูปธรรม และจะทำให้ราคายางมีเสถียรภาพ มากขึ้นอย่างแน่นอน
“การนำน้ำยางมาเคลือบผ้าสำหรับปูสระนั้น นอกจากเป็นการนำยางพารา มาใช้เป็นวัตถุดิบ ในการผลิต เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศแล้ว ยังช่วยให้ต้นทุนการขุดสระเก็บน้ำ มีต้นทุนถูกกว่าการใช้วัสดุอื่น ๆ และยังช่วยเพิ่มอายุการใช้งาน มีความแข็งแรงและคงทนมากกว่า รวมทั้งสามารถใช้กักเก็บน้ำในสระ หรือบ่อรูปทรงต่าง ๆ ได้หลากหลาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดอันตรายในการนำน้ำไปใช้ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับผลิตภัณฑ์จากยางพาราอีกด้วย”