เนชั่นทีวี

Business thai

ธปท. จ่อออกเกณฑ์ คุมแบงก์ ห้ามแอปฯล่มเกิน 2 ชม. ต่อครั้ง คาดบังคับใช้ปี 67

20 ก.ค. 2566 | wanida_phe

ธปท. จ่อออกเกณฑ์ คุมแบงก์ ห้ามแอปฯล่มเกิน 2 ชม. ต่อครั้ง คาดบังคับใช้ปี 67

ธปท. จ่อออกเกณฑ์ ห้ามระบบโมบายแบงกิ้ง ล่มเกิน 2 ชั่วโมงต่อครั้ง และต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อปี คาดลงประกาศเกณฑ์ในราชกิจจาฯ ในไตรมาส 3ปีนี้ พร้อมให้เวลาแบงก์พัฒนาระบบรองรับ 1 ปี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จริงภายในสิ้นปี 2567

นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจาก ธปท.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) ของสถาบันการเงินในเรื่องของระบบแบงก์ล่ม โดยมีการกำหนดเกณฑ์ Service Level Agreement (SLA) จะต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับระยะเวลาการแก้ไขระบบขัดข้องและการให้บริการทางการเงิน โดยเฉพาะช่องทางโมบายแบงกิ้งเป็นหลัก

โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป คาดว่าขั้นตอนกระบวนการจะเสร็จภายในปลายไตรมาส 3 นี้ โดยหลักเกณฑ์ระบบแบงก์ล่ม 8 ชั่วโมงต่อปีนี้ จะมีระยะเวลาให้สถาบันการเงินมีเวลาปรับตัวและพัฒนาระบบรองรับภายใน 1 ปี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จริงภายในสิ้นปี 2567

นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา

“ในเร็ว ๆ นี้น่าจะลงราชกิจจาฯ เพื่อประกาศใช้ต่อไป แต่เรายังคงให้เวลาแบงก์เตรียมความพร้อม 1 ปี และแม้ว่าเรากำหนด 8 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งถ้าดูตอนนี้จะเห็นว่ามีแบงก์บางแห่งก็ล่มน้อยกว่า 8 ชั่วโมง หรือบางแห่งก็ยังเกินอยู่ แต่เชื่อว่าเกณฑ์กำหนดดังกล่าวไม่น่าจะมีปัญหา”

ทั้งนี้ หากดูสถิติระบบแบงก์ล่ม จะพบว่าแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาส 1/2566 จะเห็นว่ามีธนาคารพาณิชย์ที่มีระบบขัดข้องเพียง 1-2 แห่งเท่านั้น และสัญญาณในไตรมาส 3 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าในไตรมาส 2 แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ระบบพร้อมเพย์ล่ม แต่หากดูระยะเวลาขัดข้องและใช้เวลาในการแก้ไขถือว่าไม่นานนัก จึงทำให้ภาพรวมทั้งไตรมาสน่าจะทรงตัวหรือดีขึ้น

 

อย่างไรก็ดี จากประเด็นระบบพร้อมเพย์ขัดข้องดังกล่าว เร็ว ๆ นี้ ธปท.จะมีการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (CIO) ภายหลังจากการตรวจสอบถึงสาเหตุระบบขัดข้อง รวมถึงการรับมือและบริหารจัดการระบบหลังบ้านเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างไรให้ราบรื่น ส่วนจะมีการแยกธุรกรรมพิเศษอาจจะต้องมีการพิจารณารายละเอียดของข้อมูลก่อน ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงทุนใหม่ทุกธนาคาร

โดยวันที่ระบบพร้อมเพย์ล่ม เกิดจากเครื่องเสีย 1 เครื่อง ทำให้ต้องปรับสวิตช์เครื่องไปยังอีกเครื่องที่เหลือ แต่ในตอนนั้นธุรกรรมค่อนข้างเยอะกว่าปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 รายการต่อวินาที แต่วันนั้นขึ้นไปถึง 4,000 รายการต่อวินาที แต่ไม่ได้เกินศักยภาพในการรองรับปริมาณธุรกรรม (capacity) ที่สามารถรองรับได้ 10,000 รายการต่อวินาที โดยอาทิตย์หน้า ธปท.จะมีการพูดคุยกับ CIO ว่าหลังตรวจสอบเป็นอย่างไรบ้าง

 

ข่าวล่าสุด