แต่นโยบายดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะสั้น โดยวายแอลจีมองว่า การปรับตัวลดลงของราคาทองคำในช่วงนี้นักลงทุนสามารถใช้เป็นจังหวะสะสมทองคำได้ โดยแนะนำหาจังหวะซื้อที่แนวรับแรก ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญสำคัญ 1,893 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และแนวรับที่สอง 1,857 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ส่วนแนวต้านมองที่ 1,948 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และ 1,984 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
สำหรับราคาทองคำในประเทศมองเคลื่อนไหวในกรอบ แนวรับด้านล่าง 30,800-31,400 บาทต่อบาททองคำ และแนวต้านด้านบน 32,400-33,000 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณด้วยค่าเงินบาท 35.05 บาทต่อดอลลลาร์ ณ วันที่ 6 ก.ค.2566 เวลา 16.45 น.)
“แม้ว่าราคาทองคำในช่วงนี้จะปรับตัวลดลง แต่วายแอลจียังคงแนะนำตามคำแนะนำของสภาทองคำโลกว่านักลงทุนควรมีทองคำไว้ในพอร์ตการลงทุนที่ 5-10% ของพอร์ตลงทุนรวม เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต เนื่องจากในปีที่ผ่านมาทองคำได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้จะเป็นปีที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้นแต่ทองคำก็ไม่ได้ปรับตัวลดลงหนัก” นางพวรรณ์ กล่าว