เปิดบิ๊ก GGC ส่อเอี่ยวทุจริตซื้อน้ำมันทิพย์แต่ไม่ได้สักหยด
10 ก.ค. 2566 | chairat_pat

เปิดอีก! ปมบิ๊กบริหาร GGC ส่อมีเอี่ยวทุจริตจัดซื้อน้ำมันทิพย์ จ่ายเงินแต่ไม่ได้น้ำมันสักหยด ทำ ปตท. สูญเงินหลายร้อยล้านบาท
Business thai
10 ก.ค. 2566 | chairat_pat

เปิดอีก! ปมบิ๊กบริหาร GGC ส่อมีเอี่ยวทุจริตจัดซื้อน้ำมันทิพย์ จ่ายเงินแต่ไม่ได้น้ำมันสักหยด ทำ ปตท. สูญเงินหลายร้อยล้านบาท
10 กรกฎาคม 2566 จากกรณีที่ "นายสยามราช ผ่องสกุล" ผู้มีส่วนได้เสียและเป็นผู้ถือหุ้นของปตท. , GGC ได้ทำหนังสือถึง ประธานบอร์ด ปตท. และประธานบอร์ด PTTOR ให้ตั้งกรรมการตรวจสอบและขอให้ความสะดวก และให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) , ก.ล.ต.และหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในการสืบสวนสอบสวนผู้กระทำผิด ห้ามมิให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเข้าไปเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐาน
ห้ามเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในเรื่องที่ถูกกล่าวหา และดำเนินคดีกับ ผู้บริหาร PTTOR และ GGC ร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 , พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ มี 3 เรื่องหลักๆ คือ
เรื่องแรก มีการแทรกแซงครอบงำองค์กร และเข้าข่ายการฮั้วหรือสมยอมราคาในการกำหนดราคาน้ำมัน B100 การยินยอมลดราคาน้ำมัน B100 การกดดันผู้ค้ารายอื่นยินยอมขาย B100 ในราคาที่ต่ำและขาดทุน ทำให้ PTTOR ได้กำไรจากส่วนต่างเป็นเงินจำนวนมาก
เรื่องที่สอง ผู้บริหารของ บริษัท ไทยโอลีโอเคมี จำกัด (TOL) (บริษัท GGC ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ ) ร่วมกันกระทำความผิด กับบริษัทเอกชน และร่วมกันปกปิดการกระทำความผิด (ระหว่างปี 2550 – 2552) ปรากฏหลักฐานรายงานบันทึกข้อความเรื่อง การจัดซื้อวัตถุดิบ และการขายผลิตภัณฑ์ในปี 2550 – มี.ค. 2552 ของบริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 5 พ.ค. 2552
โดยมีผลขาดทุนจากการซื้อวัตถุดิบที่มีราคาสูงกว่าราคาประกาศกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ 172 ล้านบาท มีการขายผลิตภัณฑ์ที่มีราคาขายต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 142 ล้านบาท รวมผลขาดทุนประมาณ 314 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหารของ GGC กับบริษัทเอกชน เป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยทำผิดเมื่อปี 2550 – 2552
เรื่องที่สาม เป็นเรื่อง ปตท. ร่วมกับ GGC จ่ายเงินค่าน้ำมันทิพย์ หรือน้ำมันล่องหน หลายร้อยล้านบาทโดยไม่มีการส่งสินค้าแม้แต่หยดเดียว ระหว่างเดือนมี.ค. 2561 ถึง พ.ค. 2561 มีการทำสัญญาซื้อขายน้ำมันน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในเดือนมี.ค. 2561 มีการวางบิลช่วงเดือนเม.ย. 2561 ครบกำหนดจ่ายเงินเดือนพ.ค. 2561 ปรากฏว่า ไม่ได้ส่งน้ำมันให้ เนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าว ทำให้ บริษัท ปตท.ได้รับความเสียหาย และอาจมีการกระทำเช่นว่านี้หลายครั้งหลายหน และอาจเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกง และกรณีที่มีการจ่ายเงินโดยไม่มีการส่งสินค้า มีการปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 , 268 อีกด้วย จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ผู้บริหารได้ร่วมกันปกปิดการกระทำความผิดช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้ต้องได้รับโทษ และปกปิดข้อเท็จจริงผู้ถือหุ้น อันเป็นความผิดตามกฎหมาย
แหล่งข่าวใน ปตท. ยังเปิดเผยว่า ในเรื่องดังกล่าวมีการฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งเพื่อตัดตอนคดีอาญา ซึ่งในกรณีนี้การกระทำความผิดทางอาญาได้เกิดขึ้นแล้ว และเป็นความผิดสำเร็จ การฟ้องร้องในคดีแพ่งไม่อาจทำให้คดีอาญาระงับได้
นอกจากนี้ มีการกระทำในลักษณะเช่นว่านี้อีกหลายครั้งหลายหน ต่างกรรมต่างวาระทำให้ ปตท. ได้รับความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท ระหว่างปี 2560 -2562 และสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย ดังนั้น ต้องจับตาดูให้ดีว่า ผู้บริหารคนปัจจุบันมีใคร มีความเกี่ยวพันกับคดีฉ้อโกง หรือ คดีฟอกเงินหรือไม่ และมีการกระทำใด ๆ อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับ GGC และผู้บริหาร GGC หรือไม่