เนชั่นทีวี

Business thai

เจ้าสัว "ธนินท์"แนะนักธุรกิจปฏิรูปเทคโนโลยีชั้นสูงตีตลาดโลก

25 มิ.ย. 2566 | sukanya_san

เจ้าสัว "ธนินท์"แนะนักธุรกิจปฏิรูปเทคโนโลยีชั้นสูงตีตลาดโลก

เจ้าสัว"ธนินท์" เน้นวิกฤตเป็นโอกาส แนะลงทุนเทคโนโลยีชั้นสูงพัฒนาอุตสาหกรรมยกระดับการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้และความสามารถทัดเทียมระดับนานาชาติ

นายธนินท์ เจียรวนนท์ นายกสมาคมนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประธานกิตติมศักดิ์ถาวรหอการค้าไทย-จีน และประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในฐานะนายกสมาคมนักธุรกิจชาวจีน โพ้นทะเลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุมนักธุรกิจ ชาวจีนโลก ครั้งที่ 16  ว่า การประชุมครั้งนี้นักธุรกิจจีนจะต้องมองวิกฤตเป็นโอกาส ซึ่งการปฏิรูปด้านเทคโนโลยีชั้นสูงเป็นสิ่งสำคัญมากการพัฒนาอุตสาหกรรม

โดยอดีตที่ผ่านมา ไทยได้รับการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีชั้นสูงจากการลงทุนของญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนทั้งธุรกิจรถยนต์ และส่วนประกอบ อิเล็กทรอนิกส์ โดยไทยประสบความสำเร็จในวันนี้มาจากการลงทุนเทคโนโลยีชั้นสูงของญี่ปุ่นด้วย

นอกจากนี้จีนมีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกมีประชากร 1,400 ล้านคน ญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับ 3 มีประชากรเป็นจำนวนมาก ซึ่งน้อยกว่าจีน แต่ยังสามารถสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีให้กับประเทศไทยได้มากขนาดนี้เชื่อว่าจีนก็สามารถทำได้เช่นกัน 

"การลงทุนต้องมีการปฏิรูปเทคโนโลยี เพื่อสร้างนวัตกรรมให้เกิดการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งเราสามารถไปศึกษาเรื่องนี้ที่ประเทศจีนได้ โดยได้ตั้งกองทุนขึ้นมาและเข้าไปลงทุนในบริษัทที่มีนวัตกรรม ซึ่งเราก็มีแผนที่จะตั้งกองทุนเหมือนกัน"   

ขณะเดียวกันปัจจุบันโลกของเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก เราจึงจำเป็นต้องศึกษาวิทยาการด้านต่าง ๆ จากสหรัฐอเมริกา และต้องนำทรัพยากรจากทั่วโลก ทั้งด้านบุคคลากร เงินทุน เทคโนโลยี และวัตถุดิบ เข้ามาที่จีน

ซึ่งในวันนี้กล่าวได้ว่าจีนมีปัจจัยพื้นฐานในด้านต่าง ๆ เหล่านี้พร้อมที่จะพลิกโฉมการพัฒนาจากเดิมที่ใช้แรงงานราคาถูก เราจึงมีความมั่นใจในนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนเป็นอย่างมาก ซึ่งตนขอชื่นชมและหนุนนโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทางของจีนที่นายสี จิ้น ผิง ประธานธิบดีจีน วางแนวทางไว้เพราะเป็นการร่วม พัฒนาแบ่งปันเศรษฐกิจร่วมกันในภูมิภาค

ทั้งนี้โลกยุคใหม่ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเศรษฐกิจคือ สงครามแข่งขันในด้านการค้า จึงต้องมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ บริการ และเทคโนโลยี รวมถึงต้องพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้และความสามารถทัดเทียมระดับนานาชาติ แข่งขันได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำในเวทีโลก

ซึ่งในโลกอนาคตจะเป็นโลกของหุ่นยนต์และไบโอเทคโนโลยี แต่ไม่ต้องกลัวคนตกงาน เพราะหุ่นยนต์จะใช้แรงงานแทนคน ส่วนคนต้องหันไปทำงานที่ใช้ทักษะสูงกว่านั้น

นอกจากนี้ที่ผ่านมาไทยมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ของโลก ผ่านการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่โครงการที่ช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย เช่น สิทธิปลอดภาษีโครงการที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์เทคโนโลยี เป็นต้น

ซึ่งในยุค 4.0 ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงยังมีความสำคัญ เพราะอีคอมเมิร์ชต้องอาศัย การผลิตสินค้าที่จับต้องได้ และต้องอาศัยโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการขนส่งทางบก เพื่อส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภค การพัฒนาเศรษฐกิจที่แท้จริงที่ใช้นวัตกรรมในการผลิตให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพสูง มูลค่าสูงขึ้น จึงจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ชและโลจิสติกส์ดำรงอยู่ต่อไป

สำหรับการค้าของโลกในอนาคตนั้น จะต้องให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี เพราะเมื่อมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น คุณภาพของสินค้าก็จะดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เศรษฐกิจในยุค 4.0 ไม่ได้หมายถึงให้เราละทิ้งธุรกิจเก่าที่เคยมีมาก่อน แต่ให้เราใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนาและปรับปรุงธุรกิจที่เรามีอยู่ ทำให้ธุรกิจมีความทันสมัยมากขึ้น และสามารถขยายธุรกิจออกไปให้มากขึ้น

ส่วนพลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในภาคการผลิตในอนาคตเพราะเป็นพื้นฐานของภาคการผลิตหากไฟฟ้าไม่แพงไฟฟ้าสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาของอุตสาหกรรม เช่น ฝรั่งเศสที่ได้มีการลงทุนผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานสะอาดจากนิวเคลียร์ ซึ่งประชาชนชาวฝรั่งเศสไม่ได้คัดค้าน เพราะรัฐบาลฝรั่งเศสวางมาตรการในการลดความเสี่ยงและคุ้มครองประชาชน เรื่องนี้ส่งผลให้เกิดความคึกคักในการลงทุนอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม พลังงานสะอาดเป็นสิ่งสำคัญและมีหลายช่องทางทั้งพลังงานไฟฟ้าจากน้ำลมและนิวเคลียร์ เพราะในอนาคตพลังงานสะอาดจะมีความสำคัญต่อภาคการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

ข่าวล่าสุด