ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ กล่าวว่าหุ้น STARK เคยมีมูลค่าสูงสุดตามราคาตลาด ตอนราคา 5.50 บาท อยู่ที่ 73,733 ล้านบาท ล่าสุดถึงวันนี้ (24มิถุนายน) ราคาหุ้นลงมาต่ำสุดที่ 0.02 บาท หรือเหลือเพียง 268 ล้านบาท เท่ากับเงินละลายไปกับหุ้นตัวนี้มากถึง 73,600 ล้านบาท
โดยผู้ลงทุนหุ้นสามัญกับหุ้นตัวนี้เป็นผู้แบกรับความเสียหาย แทบจะกลายเป็นศูนย์ เมื่อเทียบกับเจ้าหนี้มีหลักประกัน เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้หุ้นกู้ที่ยังอาจพอมีหวังได้รับเฉลี่ยหนี้คืนบ้าง แต่กับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็มีคำเตือนกันไว้แล้วว่า”การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง” แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องเป็นความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการลงทุนตามปกติธุรกิจ
แต่กรณี STARK เกิดจากการกระทำอันไม่สุจริตของผู้เกี่ยวข้อง ทางผู้ถือหุ้นรายย่อยจึงได้รวมตัวกันขึ้นเพื่อรวมรวมหลักฐานในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม เพื่อดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีแบบฟ้องหมู่ หรือ Class Action
โดยนักลงทุนรายย่อยที่ตกเป็นเหยื่อ ได้รับความเสียหายจากมูลค่าหุ้น 73,733 ล้านบาท จนแทบจะกลายเป็นศูนย์ในตอนนี้ได้รับการประสานงานสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ให้กรอกแบบฟอร์มข้อมูลหลักฐานเพื่อดำเนินคดีแบบกลุ่ม โดยขอให้กรอกตามลิงก์ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ทั้งนี้ภายในเวลา 24.00 น ของวันที่ 25 มิ.ย. นี้เท่านั้น