ด้านหนี้สาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกฉากทัศน์ของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จากการดำเนินการตามรายจ่ายจากชุดนโยบายหาเสียง นอกเหนือจากแรงกดดันจากรายจ่ายเข้าสู่สังคมสูงอายุที่มีอยู่เดิม สะท้อนความจำเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลัง
ผู้อำนวยการวิจัย นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนา และ ผู้อำนวยการโครงการวิเคราะห์เศรษฐกิจเชิงลึก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ระบุ เศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจขยายตัวอยู่ที่ 3.5% จากรายรับในภาคการท่องเที่ยวที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้เศรษฐกิจเติบโต ขณะที่การส่งออกจะลดลงจากปีที่แล้ว แม้การส่งออกไทยอาจได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจจีน แต่ยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจของตลาดส่งออกหลักที่ถดถอย
ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีเสถียรภาพ การจัดตั้งรัฐบาลอาจล่าช้าออกไป จะส่งผลให้งบประมาณปี 2567 ล่าช้าทำให้การใช้จ่ายของภาครัฐในปี 2566 จะไม่เพิ่มขึ้นจากปี 2565 มากนัก รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่รอความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลใหม่ก่อนตัดสินใจเข้ามาลงทุน นอกจากนี้ เรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่แกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีนโยบายจะปรับขึ้นที่จะกระทบต้นทุนของผู้ประกอบการ แม้เงินในกระเป๋าของแรงงานจะเพิ่มขึ้น แต่จะเป็นความเสี่ยงให้เกิดภาวะเงินเฟ้อตามมา