นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า หลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ขนส่งทางราง ระบบรางทุกโครงการที่ยังไม่ทำสัญญาสัมปทาน หรือสัญญาสัมปทานเดิมสิ้นสุดลง จะต้องนำข้อกำหนดเพดานราคา และ ยกเลิกค่าแรกเข้าตามที่ กรมศึกษาไว้ ซึ่งเบื้องต้นรถไฟฟ้าที่มีแนวโน้มใช้เพดานราคา
อาทิ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 2 ช่วง คือ หมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต และแบริ่ง - สมุทรปราการ รวมไปถึงรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ รถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล - ทองหล่อ รถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา - สุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย - ลำสาลี (บึงกุ่ม) รถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย 4 เส้นทาง และรถไฟฟ้าสายสีส้ม บางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งสายสีส้มจะมีผลต้องรอดูว่า พ.ร.บ.จะแล้วเสร็จก่อนมีการลงนามสัมปทาน
ขณะที่นโยบายหาเสียงของรัฐบาล ที่มีการพูดถึงการปรับลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า อาทิ พรรคก้าวไกลที่เคยระบุว่าจะกำหนดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าอยู่ที่ 15 - 45 บาท ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมต่อระบบฟีดเดอร์อย่างรถโดยสารขนส่งมวลชน (รถเมล์) รวมอัตราราคาการเดินทางอยู่ที่ 8 - 45 บาท ส่วนพรรคเพื่อไทยมีนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
กรมประเมินแล้วพบว่านโยบายทั้งหมดทำได้จริง แต่ต้องหารือในรายละเอียดว่าจะสามารถประกาศใช้นโยบายเหล่านี้กับกลุ่มเป้าหมายใด และปัจจุบันกรมได้ทำการศึกษารายละเอียดเป็นโมเดลของการผลักดันนโยบายเหล่านี้ไว้แล้ว อาทิ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มผู้ใช้บริการประจำ จะมีจำนวนผู้เดินทางเท่าใด และรัฐต้องสนับสนุนเงินส่วนต่างมากเพียงใด