เนชั่นทีวี

Business thai

ยอดพื้นที่ขอฝนหลวงพุ่ง 64 จ. เหตุฝนน้อย บางแห่งปริมาณน้ำต่ำกว่า 50%

19 พ.ค. 2566 | wanida_phe

ยอดพื้นที่ขอฝนหลวงพุ่ง 64 จ. เหตุฝนน้อย บางแห่งปริมาณน้ำต่ำกว่า 50%

กรมฝนหลวง ลุยช่วยพื้นที่เกษตร-อ่างเก็บน้ำ ให้มีน้ำใช้การเพียงพอ พร้อมรับมือภัยแล้งจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ชี้ยอดขอทำฝนหลวงพุ่งกว่า 64 จังหวัด โดยบางแห่งมีปริมาณน้ำในอ่างพร้อมใช้ต่ำกว่า 50%

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า หลังจากพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูการเพาะปลูกของภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งในปีนี้ ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน พบว่า สถานการณ์ฝนมีฝนตกเพียงเล็กน้อย บางพื้นที่ยังไม่มีฝนตก

ยอดพื้นที่ขอฝนหลวงพุ่ง 64 จ. เหตุฝนน้อย บางแห่งปริมาณน้ำต่ำกว่า 50%

ทำให้สถานการณ์น้ำและความชื้นในดินมีค่อนข้างต่ำ ทำให้พื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทานที่มีพื้นที่ประมาณ 78% หรือประมาณ 116 ล้านไร่ จากพื้นที่เกษตรกรรมและป่าไม้ทั้งหมด 230 ล้านไร่ ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูก ขณะเดียวกันมีเกษตรกรและประชาชนขอรับบริการฝนหลวงเข้ามาจากทุกพื้นที่

โดยปัจจุบันทั่วประเทศ (ข้อมูลการขอฝนวันที่ 1-14 พ.ค. 2566) จำนวน 1,387 ราย จาก 64 จังหวัด 459 อำเภอ รวมถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เริ่มมีปริมาณเก็บกักลดน้อยลงตามลำดับ บางแห่งมีปริมาณน้ำต่ำกว่า 50% โดยทางกรมชลประทาน มีการขอสนับสนุนให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ จำนวน 70 แห่ง

อีกทั้งจากการคาดการณ์สภาพอากาศของปี 2566 พบว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะส่งผลกระทบให้ฤดูฝนปีนี้ มีฝนตกน้อยกว่าปี 2565 เกิดฝนทิ้งช่วงตั้งแต่กลางปี เป็นต้นไป และเกิดความแห้งแล้งขึ้นจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปกติ จึงได้สั่งการให้มีการปรับแผนการทำงานเพื่อรับมือกับภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น

โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นมา ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 12 หน่วยฯ ทั่วทุกภูมิภาค ใช้อากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 23 ลำ และอากาศยาน ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศ จำนวน 6 ลำ รวม 29 ลำ ได้แก่

  • ภาคเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ตาก
  • ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัตการฝนหลวงที่ จ.พิษณุโลก
  • ภาคกลาง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ลพบุรี และ จ.กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ขอนแก่น
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.นครราชสีมา และ จ.อุบลราชธานีฃ
  • ภาคตะวันออก ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.จันทบุรี
  • ภาคใต้ ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายสุพิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฝนหลวงฯ มีการติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และความต้องการน้ำของพี่น้องประชาชนเป็นประจำทุกวันเพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเชิงรุกให้มีปริมาณน้ำเต็มอิ่ม เพียงพอสำหรับทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค และมีปริมาณน้ำเก็บกักสำหรับใช้การ ทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า น้ำประปา รวมถึงด้านอุตสาหกรรม และยังมีการเฝ้าระวังการเกิดพายุลูกเห็บที่เกิดจากพายุฤดูร้อน

โดยมีทีมปฏิบัติการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องประจำการอยู่ที่หน่วยฯ จ.พิษณุโลก และหน่วยฯ จ.เชียงใหม่ สำหรับผลปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ - 14 พฤษภาคม 2566 มีการขึ้นบินปฏิบัติการ จำนวน 67 วัน 1,501 เที่ยวบิน มีจังหวัดที่มีรายงานฝนตกรวม 62 จังหวัด เช่น จ.ลำปาง จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ จ.นครราชสีมา จ.ชัยภูมิ จ.บุรีรัมย์ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.กาญจนบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.จันทบุรี จ.ราชบุรี จ.พัทลุง รวมถึง

 

ข่าวล่าสุด