svasdssvasds
เนชั่นทีวี

เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ ปี 66 อ่วม 'ดอกเบี้ยพุ่ง-คุมเข้ม LTV'

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) มองตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในกรุงเทพฯและปริมณฑลปี 66 มีโอกาสชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และมาตรการ LTV ที่เข้มงวดขึ้น ฉุดยอดขายไม่ให้โตต่อเนื่องจากปี 65 ที่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว

โดยคาดว่ายอดขายชะลอตัวลง 3-4% สวนทางกับจำนวนยูนิตคงค้างอาจจะพุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยกลุ่มแนวราบยังขยายตัวได้ดี แนะนำผู้ประกอบการเลือกกลุ่มลูกค้าและทำเลอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ยังมีสต็อกคงค้างสูง

ตลาดอสังหาฯ ปี 66 อ่วม \'ดอกเบี้ยพุ่ง-คุมเข้ม LTV\'

      โดยในปี 65 พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีตัวเลขยอดโอนกรรมสิทธิ์ของบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสองเพิ่มขึ้นมากถึง 19.5% จากปี 64 จากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และการผ่อนคลายมาตรการ LTV รวมทั้งมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โดยกลุ่มที่เติบโตชัดเจนในปีที่ผ่านมา คือ กลุ่มคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-2 ล้านบาท  ส่วนแนวราบกลุ่มที่ขยายตัวได้ดีคือ กลุ่มที่อยู่อาศัย 5-10 ล้าน 10-20 ล้าน และกลุ่มมากกว่า 20 ล้านบาท  

ตลาดอสังหาฯ ปี 66 อ่วม \'ดอกเบี้ยพุ่ง-คุมเข้ม LTV\'

          อย่างไรก็ตามในปี 66 อสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจจะไม่สามารถขยายตัวต่อเนื่องจากปี 65 ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และมาตรการ LTV ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งสวนทางกับการเปิดโครงการใหม่  โดยคาดการณ์ว่าจำนวนยูนิตเปิดใหม่ในปี 66 จะยังคงแรงต่อเนื่องอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 65 ที่ราว 108,600 หน่วย โดยเป็นสัดส่วนของคอนโดมิเนียมประมาณ 51% ซึ่งจะยังกระจุกตัวในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทและกลุ่ม 2-3 ล้านบาท 

ตลาดอสังหาฯ ปี 66 อ่วม \'ดอกเบี้ยพุ่ง-คุมเข้ม LTV\'

ตลาดอสังหาฯ ปี 66 อ่วม \'ดอกเบี้ยพุ่ง-คุมเข้ม LTV\'

          ส่วนแนวราบคาดว่ากลุ่มทาวน์เฮ้าส์น่าจะเป็นกลุ่มที่มีจำนวนยูนิตเปิดใหม่เข้ามาในตลาดมากที่สุดมากกว่า 28,000 ยูนิต โดยกลุ่มหลักจะเป็นกลุ่ม 2-3 ล้านบาท และกลุ่ม 3-4 ล้านบาท ส่วนบ้านเดี่ยวตลาดหลักยังเป็นกลุ่ม 5-7 ล้านบาท และ 7-10 ล้านบาท โดยกลุ่มระดับราคาที่อาจจะมีการเปิดตัวเข้ามาในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นคือบ้านระดับราคา 15-25 ล้านบาทและระดับราคา 25-50 ล้านบาท เนื่องจากผลตอบรับที่ดีจากยอดขายของบ้านในระดับราคานี้เมื่อปี 65 แต่บ้านในระดับราคาดังกล่าวมีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่เกิน 5% ของจำนวนยูนิตขายได้ทั้งหมด

ตลาดอสังหาฯ ปี 66 อ่วม \'ดอกเบี้ยพุ่ง-คุมเข้ม LTV\'

          ขณะเดียวกันปัจจัยลบที่ฉุดกำลังซื้อในบางกลุ่มมีผลให้ภาพรวมอุปสงค์ของปี 66 จะชะลอตัวเมื่อเปรียบเทียบกับปี 65 โดยในปี 66 คาดการณ์ว่ายอดขายจะปรับลดลงประมาณ 3-4% โดยยูนิตเหลือขายสะสมมีโอกาสอิ่มตัวในบางพื้นที่ มีโอกาสที่จำนวนหน่วยขายสะสมจะอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา (มากกว่า 230,000 ยูนิต) ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมยังเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังมีแนวโน้มที่อาจเกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายในบางทำเล