ส่วน การนำเข้า มีมูลค่า 24,935.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ 7.1% ดุลการค้า เกินดุล 2,718.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ภาพรวม ไตรมาสแรกของปี 2566 การส่งออก มีมูลค่า 70,280.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐติดลบ 4.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 73,324.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ 0.5% ดุลการค้า ไตรมาสแรกของปี 2566 ขาดดุล 3,044.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าขยายตัว 4.2% (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยเป็นการขยายตัวทั้งหมวดสินค้าเกษตร 1.2% และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร 7.1% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ไขมันและน้ำมันจากพืชและเป็นต้น ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ทั้งนี้ ไตรมาสแรกของปี 2566 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 1.9%
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป จากภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากแรงกดดันด้านอุปสงค์ ทั้งจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในแต่ละภูมิภาคของโลกยังอยู่ในระดับสูง ภาวะวิกฤตของสถาบันการเงินยังเป็นปัจจัยบั่นทอนต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ รวมไปถึงความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อผันผวนของราคาพลังงาน
อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ในไตรมาสแรกของปี 2566 แม้จะหดตัว ทั้งการรื้อฟื้นความสัมพันธ์และการเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และการทำความตกลงทางการค้าในระดับท้องถิ่นกับตลาดศักยภาพในจีน เกาหลีใต้ และอินเดีย ช่วยสนับสนุนการนำรายได้เข้าสู่ประเทศ และคาดว่าจะช่วยประคับประคองการส่งออกของไทยให้ผ่านพ้นภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกได้ ขณะที่ การส่งออกไตรมาส 2 จะหดตัวหรือไม่ยังไม่สามารถคาดการณ์ในตอนนี้
ส่วนแนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากแรงกดดันด้านอุปสงค์ ทั้งจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในแต่ละภูมิภาคของโลกยังอยู่ในระดับสูง ภาวะวิกฤตของสถาบันการเงินยังเป็นปัจจัยบั่นทอนต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
รวมถึงความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อผันผวนของราคาพลังงาน อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ในไตรมาสแรกของปี 2566 ทั้งการรื้อฟื้นความสัมพันธ์และการเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และการทำความตกลงทางการค้าในระดับท้องถิ่นกับตลาดศักยภาพในจีน เกาหลีใต้ และอินเดีย ช่วยสนับสนุนการนำรายได้เข้าสู่ประเทศ และคาดว่าจะช่วยประคับประคองการส่งออกของไทยให้ผ่านพ้นภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกได้