เนชั่นทีวี

Business thai

ซีไอเอ็มบี ไทย เผยกำไรไตรมาส 1 กว่า 8 ร้อยล้าน ลดลง 21.1% จากการตั้งสำรองเพิ่ม

21 เม.ย. 2566 | wanida_phe

ซีไอเอ็มบี ไทย  เผยกำไรไตรมาส 1 กว่า 8 ร้อยล้าน ลดลง 21.1% จากการตั้งสำรองเพิ่ม

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) ประกาศกำไรสุทธิ ไตรมาส 1/66 จำนวน 830.1 ล้านบาท ลดลง 21.8% สาเหตุตั้งสำรองเพิ่มขึ้น รับความไม่แน่นอน หนี้เสียปรับลดลงเหลือ 3.1%

นายพอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 3,828.8 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 344.7 ล้านบาท หรือ 9.9% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2565 สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 1.5%  และรายได้อื่น 46.5% สุทธิกับการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 15.0%


กำไรจากการดำเนินงาน ก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 10.2% เป็นจำนวน 1,868.4 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการดำเนินงาน 9.9% สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 9.6% กำไรสุทธิลดลงจำนวน 230.9 ล้านบาท หรือ 21.8% เป็นจำนวน 830.1 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกัน สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้น ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 128.0%  

โดยเป็นการตั้งสำรอง เพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้อง กับหลักความระมัดระวัง และ เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดสามเดือนปี 2566 และ 2565  รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 35.0 ล้านบาท หรือ1.5% เป็นผลจากการขยายตัวของสินเชื่อ รายได้อื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 367.3 ล้านบาท หรือ 46.5% ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเงินลงทุน 

และกำไรสุทธิจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ สุทธิกับการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 57.7 ล้านบาท หรือ15.0% มาจากการลดลงของค่าธรรมเนียม จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัย และ ค่าธรรมเนียมจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้

สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนปี 2566 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2565 เพิ่มขึ้นจำนวน 171.1 ล้านบาทหรือร้อยละ 9.6 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย  อย่างไรก็ตามอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ต่อรายได้จากการดำเนินงานงวดสามเดือนปี 2566 อยู่ที่ 51.2% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2565 เป็นผลมาจากการเติบโต ของรายได้จากการดำเนินงาน ที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับงวดสามเดือนปี 2566 อยู่ที 2.6% ลดลงจากงวดเดียวกันปี 2565 เป็นผลจากต้นทุนเงินฝากที่เพิ่มขึ้น

เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 237.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565   กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 267.9 พันล้านบาท ลดลง7.6%  จากสิ้นปี 2565 ซึ่งมีจำนวน 289.7 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 88.6% จาก 81.2% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ 3.1% ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 อยู่ที่ 3.3%  เป็นผลจากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์ของธนาคารให้สอดคล้องกับการลดลงของสินเชื่อพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยยังคงมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมขึ้น 

ตลอดจนได้มีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ การดำเนินการดูแลและการแก้ไขลูกหนี้ที่ถูกผลกระทบดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ส่วนอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 อยู่ที่ 122.6%  เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 114.6%  

ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 8.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 31 มีนาคม 2566 มีจำนวน 57.8 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 22.2% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 16.5%

ซีไอเอ็มบี ไทย  เผยกำไรไตรมาส 1 กว่า 8 ร้อยล้าน ลดลง 21.1% จากการตั้งสำรองเพิ่ม

ข่าวล่าสุด