นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นพระเอกของภาคท่องเที่ยวไทยในปีนี้ คาดมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากเป็นอันดับ 1 จำนวนไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน และมีแนวโน้มปิดที่ 7-8 ล้านคน ขึ้นอยู่กับปริมาณเที่ยวบินในช่วงตารางบินฤดูหนาว 2566/2567 รองลงมาคือตลาดมาเลเซีย วางเป้าไว้ที่ 4 ล้านคน อินเดีย 2 ล้านคน ส่วนรัสเซียและเกาหลีใต้ คาดมีไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน
สำหรับสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-29 มี.ค.2566 รวม 6,276,240 คน แบ่งเป็น เดือน ม.ค. 2,144,948 คน เดือน ก.พ. 2,061,419 คน วันที่ 1-29 มี.ค. 2,069,873 คน
ทั้งนี้เฉพาะเดือน มี.ค. กระแสการเดินทางของตลาดจีนเริ่มฟื้นตัวดี มีจำนวน 250,345 คน มากเป็นอันดับ 2 รองจากตลาดมาเลเซียซึ่งมี 296,361 คน ส่วนตลาดอื่นๆ รองลงมาคือ รัสเซีย 167,546 คน อินเดีย 110,298 คน และเกาหลีใต้ 108,361 คน
อย่างไรก็ตาม ถ้าภาคท่องเที่ยวไทยยังรักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวที่ดีต่อเนื่อง เฉลี่ยมีชาวต่างชาติเที่ยวไทยเดือนละไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน ตลอดทั้งปีนี้ก็น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมไม่น้อยกว่า 24-25 ล้านคน ตามเป้าหมายของ ททท.ที่ตั้งไว้ 25-30 ล้านคน สร้างรายได้ 1.5 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้หากรวมกับตลาดในประเทศที่ คาดการณ์ว่ามีนักท่องเที่ยวไทย 117-135 ล้านคน-ครั้ง ทำรายได้ 8.8 แสนล้านบาท คิดเป็นรายได้รวมทั้งตลาดในและต่างประเทศ 2.38 ล้านล้านบาท ฟื้นตัว 80% เมื่อเทียบกับรายได้รวม 3 ล้านล้านบาทเมื่อปี 2562
สำหรับเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญนั้น ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ซึ่งจะมีลักษณะกึ่งบังคับนักท่องเที่ยวไปร้านค้าที่กำหนด หากไม่ซื้อสินค้า ก็จะไม่ให้นักท่องเที่ยวเช็กอินโรงแรมบ้าง หรือไม่ให้ขึ้นรถบัสนำเที่ยวบ้าง สร้างความเสียหายแก่ภาคท่องเที่ยวไทย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้หารือกับทางการจีน เกี่ยวกับการสร้างกลไกรับนักท่องเที่ยวคุณภาพร่วมกัน โดยล่าสุดเราได้รับแจ้งจากทางการจีนว่า ถ้าบริษัททัวร์ใดจะส่งนักท่องเที่ยวจีนออกไปเที่ยวต่างประเทศ ต้องได้รับอนุญาตจากทางการจีนก่อน เพราะฉะนั้นก็เป็นการคุมต้นทาง ส่วนเราเองก็ต้องคุมปลายทางเหมือนกัน