นอกจากนี้ บริษัทจะเพิ่มแต้มต่อธุรกิจ เสริมแกร่งศักยภาพในการแข่งขัน เน้นการสร้าง Synergy ที่เกื้อหนุนกันระหว่าง 4 ธุรกิจ และความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อสร้างการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ตลอด 3 ปี รวมถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2573 และกำหนดแผนอนุรักษ์ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณธุรกิจตั้งอยู่
สำหรับปีนี้ บริษัทได้วางงบลงทุน ไว้ราว 6-7 พันล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 4-5 พันล้านบาท กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานอยู่ที่ 1 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินลงทุนกลุ่มโรงแรมและอื่นๆ เพื่อเสริมศักยภาพและสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่พักอาศัยเตรียมต่อยอดความสำเร็จเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบใหม่ บนทำเลศักยภาพ ขยายฐานเจาะตลาดหลากหลายเซกเมนต์ อีก 5 โครงการ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวระดับราคา 15-30 ล้านบาท และระดับราคา 30-50 ล้านบาท Cluster Home ระดับราคาตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป พร้อม Flagship Cluster Home Project ซึ่งมีระดับราคาเริ่มต้นสูงถึง 550 ล้านบาทต่อหลัง มูลค่ารวม 5 โครงการกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันมียอดขายที่รอโอน (Backlog) ในกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย คิดเป็นมูลค่าราว 3 พันล้านบาท โดยคาดน่าจะสามารถดำเนินการส่งมอบและรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงสิ้นปีนี้หรือไม่เดือนธันวาคม 2566