นโยบายข้าวต้องวางระยะยาวและต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าว การขนส่งโลจิสติกส์ ทั้งที่ไทยเป็นผู้ส่งออก แต่การขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำก็ไม่พัฒนา ไทยเป็นประเทศส่งออกแต่ไม่มีบริษัทเรือ ต้องพึ่งพาบริษัทเรือของประเทศอื่นตลอดเวลา ดังนั้นรัฐบาลใหม่ควรต้องคิด อย่าใช้นโยบายประชานิยมถ้าคิดเช่นนี้ก็ต้องมีงบประมาณจำนวนมากมาสนับสนุนตลอดเวลา ทุกวันนี้การส่งออกไทยต้องแข่งขันดังนั้นของต้องดี ราคาที่ลูกค้าพอใจและเป็นข้าวที่ลูกค้าต้องการ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลนี้ได้วางยุทธศาสตร์ข้าวระยะ 5 ปี ล่าสุดมีการประกวดพันธุ์ข้าวใหม่ ซึ่งได้ครั้งแรกได้ข้าวพันธุ์ใหม่ 6 พันธุ์ ครั้งที่ 2 ก็จะได้อีก 6 พันธุ์ แต่ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสานต่อยุทธศาสตร์ข้าวนี้หรือไม่ ซึ่งนโยบายข้าวควรต้องเป็นระยะยาวและต่อเนื่อง
ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข.ครั้งที่ 1 ในวันที่20 มี.ค.นี้ ถือเป็นครั้งแรกของการประชุมปีนี้ คาดว่าน่าจะเป็นการสรุปภาพรวมและโครงการต่างๆที่รัฐบาลชุดนี้การดำเนินการนโยบายข้าวในช่วงที่รัฐบาลชุดนี้บริหาร ไม่ได้มีวาระใดเป็นพิเศษ เพราะรัฐบาลชุดนี้ก็จะหมดวาระในเร็วๆนี้ นโยบายข้าวก็คงต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ เข้ามาวางนโยบาย
ส่วนสถานการณ์ข้าวไทยในปีนี้มีแนวโน้มดี ส่งออกได้มากขึ้น สิ่งที่ผู้ส่งออกกังวลก็ยังคงเป็นเรื่องของค่าเงินบาท ซึ่งต้องการมีการการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาท ไม่ให้มีความผันผวนมาก เพราะการที่บาทแข็งหรือบาทอ่อนเกินไปไม่ได้ส่งผลดีต่อการส่งออก โดยเฉพาะการตั้งราคาซื้อและราคาขาย ที่ผ่านมาเงินบาทผันผวนมาก บางครั้งอ่อนค่าถึง 35 บาทต่อดอลลาร์ และสวิงกลับมาแข็งค่าที่ 32-33 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลการตั้งราคาซื้อและราคาขาย ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งของไทยลดลงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง