เนชั่นทีวี

Business thai

“พาณิชย์”  แนะเร่งบุกตลาดข้าวเคนยา หลังพบบริโภคข้าวเพิ่มขึ้น 2 เท่า

15 มี.ค. 2566 | wanida_phe

“พาณิชย์”  แนะเร่งบุกตลาดข้าวเคนยา หลังพบบริโภคข้าวเพิ่มขึ้น 2 เท่า

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) แนะไทยจับตาตลาดข้าวเคนยา หลังมีความต้องการบริโภคข้าวเพิ่มขึ้นและเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวในประเทศ เผยเป็นโอกาสให้ไทยส่งออกข้าวได้ได้มากขึ้น รวมทั้งมีโอกาสส่งออกเครื่องจักรกลการเกษตร และ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการเพาะปลูก

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า จากการสำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยในประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับข้อมูลจากนายณัฐพงศ์ เสนาณรงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี ถึงความเคลื่อนไหวของประเทศเคนยาในการเร่งเพิ่มพื้นที่ในการปลูกข้าว เพื่อรองรับความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และผลกระทบด้านบวกและด้านลบกับการส่งออกข้าวของไทยไปยังตลาดเคนยา

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)

โดยทูตพาณิชย์กรุงไนโรบี ได้รายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการบริโภคข้าวในเคนยาเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 เท่าตัว จาก 12 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ในปี 2551 เพิ่มเป็น 23 กิโลกรัมต่อคนต่อปีในปัจจุบัน และเคนยาได้แก้ไขปัญหาด้วยการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกข้าวเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในประเทศ ทำให้ยังคงมีความต้องการนำเข้าข้าว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากปากีสถาน แทนซาเนีย อินเดีย ยูกานดา และไทย โดยปีนี้คาดว่าต้องการนำเข้า 640,000 ตัน

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ยังพบว่า ชาวเคนยาจำนวนมากได้หันมาบริโภคข้าวมากกว่าการบริโภคผลผลิตจากข้าวโพดแบบดั้งเดิมอย่างอูกาลี (Ugali คือ อาหารพื้นเมืองแอฟริกันทำจากแป้งข้าวโพด) และ ข้าวอาจกลายมาเป็นธัญพืช ที่มีการบริโภคมากที่สุดในประเทศได้อย่างไม่ยากในอนาคตอันใกล้นี้

“พาณิชย์”  แนะเร่งบุกตลาดข้าวเคนยา หลังพบบริโภคข้าวเพิ่มขึ้น 2 เท่า

จากข้อมูลที่ทูตพาณิชย์รายงานมา จึงเป็นทั้งผลบวก และ ลบกับการส่งออกข้าวของไทย แต่ผลบวกจะมีมากกว่า โดยในด้านบวกความต้องการข้าวในปริมาณเพิ่มขึ้น จะทำให้ไทยซึ่งส่งออกข้าวมาเคนยากว่า 600 ล้านบาทในปี 2565 ส่งออกได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และการที่เคนยามีความจำเป็นต้องปลูกข้าวมากขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าเครื่องจักรกลทางการเกษตร  จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการเครื่องจักรกลทางการเกษตร หรือ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการปลูกข้าว สามารถเร่งขยายตลาดการส่งออกสินค้าดังกล่าวได้

ส่วนผลกระทบด้านลบ หากเคนยาสามารถเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกได้จริง และ มีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น การส่งออกข้าวไปยังเคนยาของไทยก็จะลดลง และหากเคนยามีศักยภาพ ในการปลูกข้าวได้มาก จนส่งออกได้ เคนยาซึ่งมีค่าแรงและต้นทุนถูกกว่าไทย ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีนำเข้า ที่ได้รับการยกเว้น ในตลาดยุโรปหรือสหรัฐฯ ก็จะกลายมาเป็นคู่แข่ง ในการส่งออกข้าว เพราะข้าวของเคนยามีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับข้าวขาวของไทย เวียดนาม กัมพูชาหรือเมียนมา ที่เป็นข้าวพื้นนุ่ม แต่เชื่อว่าคงต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน

“กรมฯ มีข้อเสนอแนะว่า ไทยควรเปลี่ยนมุมมองการส่งออกข้าวไปยังแอฟริกา และ หันมาเริ่มมองแอฟริกาในการก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งได้ในอนาคต มากกว่าที่จะเห็นเป็นเพียงตลาดในการส่งออก และ ควรหันมาสร้างตลาดในสินค้าใหม่ ๆ ที่แปรรูปจากข้าวให้มากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่อาจแข่งขันได้น้อยลงในอนาคต ” นายภูสิตกล่าว

 

ข่าวล่าสุด