กรณีที่ 1 จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ทั้งหมดภายในงวดเดียวจำนวน 150,268 ล้านบาท จะทำให้ค่าเอฟทีเรียกเก็บประจำงวดเดือน พ.ค. - ส.ค. 2566 เพิ่มขึ้นจำนวน 293.60 สตางค์ต่อหน่วย แบ่งเป็น เอฟทีขายปลีกจำนวน 63.37 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนกฟผ. 230.23 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเอฟที รวมเพิ่มขึ้นเป็น 6.72 บาทต่อหน่วย
กรณีที่ 2 จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 5 งวดจำนวน 136,686 ล้านบาท แบ่งจ่ายงวดละ 27,337 ล้านบาท ค่าเอฟทีเรียกเก็บประจำงวดเดือน พ.ค. - ส.ค. 2556 จำนวน 105.25 สตางค์ต่อหน่วย แบ่งเป็นเอฟที่ขายปลีก 63.37 สตางค์ต่อหน่วย และเงินทยอยเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนกฟผ. 41.88 สตางค์ต่อหน่วย โดย กฟผ. จะต้องบริหาร ภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงแทนประชาชนจำนวน 109,349 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าเอฟที ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.84 บาทต่อหน่วย
กรณีที่ 3 จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 6 งวด จำนวน 136,686 ล้านบาท แบ่งจ่าย งวดละ 22,781 ล้านบาท ค่าเอฟทีเรียกเก็บประจำงวดเดือน พ.ค. - ส.ค. 2556 จำนวน 98.27 สตางค์ต่อหน่วย แบ่งเป็นเอฟที่ขายปลีก 63.37 สตางค์ต่อหน่วย และ เงินทยอยเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุน งวดละ 34.90 สตางค์ต่อหน่วย โดย กฟผ. จะต้องบริหารภาระ ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงแทนประชาชนจำนวน 113,905 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าเอฟที ปรับเพิ่มขึ้น เป็น 4.77 บาทต่อหน่วย