ส่วนแผนงานในปี 66 นั้น นอกจากจะนับถอยหลังสู่การเปิดตัวธุรกิจ Fintech อย่างเป็นทางการแล้ว AQUA ยังมีธุรกิจกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีแผนจะขยายการลงทุนให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์การลงทุน Mega Trend ตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยเราวางแผนให้ทุกกลุ่มธุรกิจมีความเชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน สร้างเป็นระบบนิเวศน์ด้านธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนอันคุ้มค่าต่อทุกการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน AQUA ดำเนินงานในรูปแบบ Holding Company โดยมีธุรกิจที่ทำรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทฯอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง คือ 1. ธุรกิจ Warehouse ให้บริการคลังสินค้าให้เช่า 2. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าพื้นที่ที่จังหวัดเชียงใหม่
3. ธุรกิจกลุ่มพลังงาน โดยการลงทุนผ่านบริษัท EP หรือ บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังได้เข้าศึกษาและลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่อย่าง
4.กลุ่มธุรกิจ Fintech โดยได้ร่วมลงทุนกับ NEWS หรือ บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อรุกสู่บริการ Peer-to-Peer Lending หรือ P2P
5.ธุรกิจกลุ่ม Logistic ที่ได้เข้าไปลงทุนใน บมจ. ไทยพาร์เซิล หรือ TP ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมตัวยื่นขอเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ
6.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นแนวการลงทุนใหม่ที่มองว่ามีความยั่งยืนและสำคัญต่อกลุ่มผู้บริโภคทั้งนี้บริษัท AQUA มีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (Price to Earnings Ratio : P/E) ต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 10.39 เท่า