ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำจากเหล็กจำนวน 4 ชนิด ประกอบด้วย แหนบรถยนต์กระบะ โดยไปซื้อเป็นเศษเหล็กมาจากร้านขายของเก่า แหนบเสียๆหักๆ ก็ไปหาซื้อมา ราคากก.ละ 32 บาท โดยมีการปรับราคาขึ้นจากเดิมกก.ละ 20 กว่าบาท ทั้งนี้จะต้องใช้เหล็กแหนบของรถยนต์กระบะเท่านั้น ของรถที่ใหญ่กว่าไม่ได้ จะหนาเกินไป ทำไม่ได้ , เหล็กแบน, เหล็กเส้นกลม 2 หุนสำหรับทำด้าม ,เหล็กเส้นกลม 3 หุน ไว้สำหรับทำขากรรไกรล่าง
วิธีการทำ เริ่มต้นจากการนำเหล็กแหนบไปเผาไฟด้วยถ่านให้ร้อน ซึ่งถ่านก็ต้องเลือกถ่านไม้เนื้อแข็ง เพราะให้ความร้อนสูง เมื่อเหล็กแหนบร้อนจัดจากนั้นนำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 5-10 ชิ้น แล้วแต่แรงที่จะรีบตีและรีบตัดขณะที่เหล็กยังร้อนจัดเป็นสีแดง จากนั้นเมื่อได้ชิ้นเหล็กสำหรับตีกรรไกรส่วนที่จะเป็นมีดแล้ว ก็ตัดเหล็กเส้นขนาด 2 หุน ยาวประมาณ 2 นิ้ว สำหรับทำด้าม จากนั้นนำด้ามกับชิ้นเหล็กมาเชื่อมให้ติดกัน ให้ออกเป็นรูปคล้ายมีด และนำไปเผาไฟแปรรูปมาตีเป็นกรรไกรส่วนมีด ซึ่งอาจต้องเผาและตีหลายๆครั้ง จนได้รูปทรงที่พอใจ จากนั้นตีประทับตรา “ดาว” ลงไป เพื่อสัญลักษณ์ว่าเป็นกรรไกรปอกหมากจากของบ้านนี้ จากนั้นนำไปลับให้คม และสุดท้าย เพื่อรักษาความแข็งแรงของเหล็กและความคมของมีดก็นำไปเผาไฟอีกครั้ง แล้วนำไปจุ่มในน้ำ เพื่อให้เหล็กแข็งแรงคงทนรักษาสภาพของมีดให้สามารถใช้ได้ยาวนาน จากนั้นนำไปลับกับหินลับมีด เพื่อให้คมกริบเป็นอันเสร็จสิ้นส่วนของมีด จากนั้นตัดเหล็กแบน และเหล็กเส้นขนาด 3 หุน ยาว 4 นิ้ว เอาไปเชื่อมให้ติดกัน เพื่อทำกรรไกรล่าง ก็นำไปเผาไฟให้ร้อนแล้วมาทำตี 2 คน ต้องรีบตีขณะเหล็กร้อนเช่นกัน ทั้งส่วนด้าม และส่วนบนจะต้องทำให้คดงอที่มุมปลายสุด เพื่อจะเจาะรูนำทั้ง 2 ส่วนคือ ส่วนของมีด กับกรรไกรส่วนล่าง ไปสวมให้เข้ากันแล้วตอกตะปูจนแน่นหนา จนได้กรรไกรปอกหมาก หรือผ่าหมาก 1 เล่ม ที่ผ่านการลับคมมีดจนคมแล้ว พร้อมจำหน่าย ส่วนเครื่องมือสำหรับการทำ ส่วนตัวก็เชื่อม ตี เองทั้งหมด ทั้งค้อน มีดขวานจิ๋ว (สำหรับตัดเหล็ก) มีดเจาะ คีม ก็ทำเองหมด ได้ทั้งขนาดและน้ำหนักเหมาะมือ ไม่ต้องซื้อ เพราะไม่มีขาย ถ้ามีประเภทเครื่องตัด เครื่องเจาะจะแพงมาก นายมานบ จึงทำเองด้วยภูมิปัญญาที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ เช่น ทั้งนี้ ต้นทุนของกรรไกร 1 เล่ม ค่าวัตถุดิบประมาณเล่มละ 15 บาท ไม่รวมค่าแรง ซึ่งต้นทุนน้อย ตนเองก็พยายามจะถ่ายทอดให้ลูก แต่ลูกไม่ค่อยสนใจ
นายมานบ ไกรเทพ กล่าวถึงที่มาที่ไปของกรรไกรปอกหมาก ว่า ต้นแบบจริงๆ มาจากคนจีนที่อพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ จากนั้นคนไทยก็ทำเป็น โดยในส่วนของกรรไกรปอกหมากบ้านเกาะบก ถือว่าเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของภาคใต้ และเป็นแห่งเดียวของจ.ตรัง มีทั้งหมด 12 ครอบครัวที่สืบสานรักษาอาชีพการตีกรรไกรปอกหมากจำหน่าย จนรวมกันเป็นวิสาหกิจชุมชนกรรไกรปอกหมากบ้านเกาะบก ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่เลี้ยงครอบครัวและลูกหลานได้ ส่วนตัวไม่มีทั้งสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน แต่ตนกับภรรยา ยึดอาชีพตีกรรไกรปอกหมากขายมาไม่ต่ำกว่า 35 ปี อาชีพเดียว ส่งลูกเรียนหนังสือและเลี้ยงครอบครัว แต่อย่างไรก็ตาม คนในจังหวัดยังไม่รู้ว่ากรรไกรปอกหมายที่ขายในภาคใต้แหล่งผลิตอยู่ที่บ้านเกาะบก ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง จำนวน 12 ครัวเรือนที่ยึดเป็นอาชีพ โดยมีเพียง 3 ครอบครัวที่มีอาชีพทำสวนยางด้วย แต่ที่เหลือรวมทั้งครอบครัวตนเองทำอาชีพเดียวเลี้ยงครอบครัวได้ อยากขอให้ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมโดยเฉพาะด้านการตลาด เพราะทุกวันนี้ทุกครอบครัวขายกันเองทางเฟสบุ๊ค หรือลูกค้าเจ้าประจำที่เป็นลูกค้าอยู่เท่านั้น ตลาดไม่ได้หลากหลายมากนัก เพราะขาดการส่งเสริมจากภาครัฐ แต่ทุกคนก็อยู่ได้เลี้ยงดูลูกและครอบครัวได้ แต่หากภาครัฐเข้ามาส่งเสริม ทั้งอุปกรณ์เครื่องมือ และการตลาด เชื่อว่าจะทำให้การตลาดไปได้ดีกว่านี้ เพราะขณะนี้บางครั้งยังต้องผ่านพ่อค้าคนกลางด้วย ทำให้กำหนดราคาเองไม่ได้ เรียกว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่รัฐบาลมองไม่เห็น แต่เราเลี้ยงตัวเองได้ กรรไกรปอกหมากที่พบมีการทำขายของภาคอีสาน แต่ในภาคใต้น่าจะมีที่เกาะบกเป็นแหล่งใหญ่แหล่งเดียวในการผลิตและส่งขาย ซึ่งเป็นมีดที่คุณภาพดี ตีด้วยภูมิปัญญาไม่ได้ทำเป็นโรงงานเหมือนที่อื่น สินค้ามีคุณภาพ ใครสนใจอยากจะซื้อกรรไกรปอกหมาก /คีบหมาก หรือผ่าหมาก ติดต่อได้ที่คุณมานบ โทร 065-7388590