ธนาคารกลางญี่ปุ่น หลังจากที่ BOJ เซอร์ไพรส์ตลาดโดยมีแผนยุติการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ ประกอบกับการเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นได้พุ่งขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2524 เนื่องจากต้นทุนนำเข้าสินค้าอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น และเงินเยนอ่อนค่า
ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลต่อการคาดการณ์ว่า BOJ อาจจะทำการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินอีกครั้งในเดือนม.ค. ซึ่งอาจส่งให้เงินเยนกลับมาแข็งค่ามากขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์ การดำเนินนโยบายทางการเงินของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ถ้าเรามองดูแล้วว่า ธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่อัตราน้อยลงอย่างมากแตกต่างจากปี 2565 ซึ่งอาจส่งผลให้ดอลลาร์เริ่มชะลอการแข็งค่าลง ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีท่าทีที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ประกอบกับแนวโน้มที่ BOJ จะยุติใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ และเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐและประเทศท้องถิ่นนั้น ๆ เริ่มมีช่องว่างของดอกเบี้ยที่แคบลง
จึงส่งผลให้ค่าเงินประเทศอื่น ๆ นั้นเริ่มกลับมาแข็งค่ากว่าเดิม เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ จึงส่งผลให้ดอลลาร์อาจมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในปี 2566 หนุนราคาทองคำ
ปัจจัยต่อมาคือ ปัจจัยทางด้านสงคราม และความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งคาดว่ายังคงเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อต่อเนื่องจากจากปี 2565
ส่วนยุโรป ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามมากที่สุดนั้นพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้านพลังงานที่ขาดแคลน และราคาพุ่งสูง
ขณะที่ประเทศเยอรมันนีได้ออกมาประกาศว่าในปี 2566 เป็นต้นไป จะไม่นำเข้าพลังงานและน้ำมันจากรัสเซีย
ซึ่งก่อนหน้านี้เยอรมันนีพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในระดับสูงถึง 35% ซึ่งลดลงจาก 55% ก่อนที่รัสเซียจะบุกยูเครน และก็พยายามที่จะลดปริมาณนำเข้าลงเรื่อย ๆ และยุติการนำเข้าถ่านหินจากรัสเซีย
นอกจากนี้ติดตามการเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธเกาหลีเหนือ ซึ่งคาดว่าเกาหลีเหนืออาจมีการทดสอบยิงขีปานาวุธอย่างต่อเนื่อง และกรณีไต้หวัน
ภาวะเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ จากการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในหลายประเทศ อีกทั้งเศรษฐกิจในหลายประเทศยังฟื้นตัวไม่ดีนัก ส่งผลต่อความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และปัจจัยดังกล่าวจะยิ่งหนุนแรงซื้อทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
แรงซื้อทองคำก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งในช่วงต้นปีมักจะมีแรงซื้อทองคำดังกล่าว จากประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ในช่วงต้นปีราคาทองคำส่วนใหญ่จะปรับตัวขึ้น
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways ซึ่งสัปดาห์นี้ปริมาณการซื้อขายราคาทองคำอาจเบาบาง จากตลาดการเงินของสหรัฐปิดทำการในวันจันทร์ เนื่องด้วย Christmas Day และก่อนที่จะถึงช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลขึ้นปีใหม่
ส่วนสัปดาห์นี้สหรัฐจะเปิดเผยยอดทำสัญญาขายบ้านรอปิดการขายเดือนพ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนธ.ค.
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำ gold spot มีแนวรับอยู่ที่ 1,780 ดอลลาร์ และ 1,770 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,820 ดอลลาร์ และ 1,830 ดอลลาร์
ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 29,400 บาท และ 29,300 บาท ขณะที่แนวต้านที่ 29,800 บาท และ 29,900 บาท
Gold Bullish
ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่ รัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ สหรัฐและจีน จีนและไต้หวัน
แรงซื้อทองคำก่อนเทศกาลตรุษจีน
แนวโน้มทางด้านปัจจัยเทคนิคเป็นขาขึ้น
Gold Bearish
การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีความคืบหน้ามากขึ้น
เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น