ข้อ 2 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถไปร่วมงานประเพณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานศพ วางพวงหรีดดอกไม้ได้ แต่ต้องไม่มีการให้เงินหรือทรัพย์สินต่างๆ ในกรณีที่เจ้าภาพได้จัดเตรียมสิ่งของในพิธีการไว้ ให้มอบในงานด้วย เช่น ผ้าบังสกุล หรือกำหนดชื่อไว้เป็นประธานในพิธี โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้มอบเงินหรือทรัพย์สินของตนเอง ก็สามารถกระทำการได้ ทั้งนี้ เจ้าภาพจะประกาศชื่อหรือพรรคการเมืองในลักษณะช่วยผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองหรือพรรคการเมืองหาเสียงเลือกตั้งไม่ได้
ข้อ 3 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถหาเสียงเลือกตั้งนอกเวลาราชการให้แก่ตนเอง ผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองได้ แต่ต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบกระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด
ส่วนกรณีสุดท้าย ส.ส. หรือ กรรมาธิการ มีวิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับข้าราชการการเมือง
หมวดที่ 3 หน่วยงานของรัฐ
ข้อ 1 หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินงานตามหน้าที่ได้ตามปกติ เช่น การจัดประชุมสัมมนา การจัดกิจกรรมประกวดแข่งขันต่างๆ การจัดงานเทศกาลตามประเพณี และต้องปฏิบัติตามให้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรี ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ นร0503/ว61 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
ข้อ 2 ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างในสังกัดของข้าราชการ ข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น รวมถึงรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้ความร่วมมือ สนับสนุนการดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ข้อ 3 ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างในสังกัดทุกระดับทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายเรื่อง
ข้อ 4 ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่และลูกจ้างในสังกัดของราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐสนับสนุนสถานที่เพื่อใช้ในการจัดการเลือกตั้ง และปิดประกาศ แผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง
ข้อ 5 ให้มีการสนธิกำลังระหว่าง ทหาร ตำรวจ พลเรือน และอาสาสมัคร เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐในการจัดการเลือกตั้ง
ข้อ 6 การทำเอกสาร เผยแพร่ของหน่วยงานรัฐ เช่น ปฏิทินปีใหม่ที่มีรูปของรัฐมนตรี ให้จัดทำเผยแพร่ในนามของหน่วยงานเท่านั้น และต้องระวังไม่ให้มีการเข้าข่ายเอื้อผลประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือพรรคการเมือง
ข้อ 7 การจัดทำแผ่นป้ายต้อนรับการมาตรวจพื้นที่ของคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการต่างๆ ที่มาปฏิบัติงานตามหน้าที่ ให้พึงระมัดระวังมิให้เข้าข่ายว่าเป็นการจัดทำป้ายหาเสียงเลือกตั้ง ส่วนการจัดทำป้ายต้อนรับ หรือขอบคุณ ของพรรคการเมือง หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากอาจเป็นป้ายหาเสียง และขัดมติ ครม. ในเรื่องการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
ส่วนวิธีการปิดประกาศและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ข้อ 1 การปิดประกาศให้จัดทำประกาศโดยกำหนดให้จัดทำเป็นแนวตั้งมีขนาดไม่เกิน 30 ซม.x 42 ซม. หรือขนาด A3
ข้อ 2 การจัดทำแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้จัดทำได้โดยมีขนาดไม่เกิน 130 ซม.x 245 ซม.
ข้อ 3 การจัดทำประกาศและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้ระบุชื่อตัวชื่อสกุลที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง-ผู้ผลิต จำนวนและวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่ชัดเจนของแผ่นป้ายและประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
ข้อ 4 จำนวนและสถานที่ในการปิดประกาศหรือแผ่นป้าย เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดเรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดทำสถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 แต่กรณีที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกต้้ง การปิดประกาศหรือปิดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยวิธีการจัดทำให้เป็นไปตามระเบียบหลักการตามที่ กกต. จังหวัด อ้างอิงการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
ข้อ 5 การปิดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ณ ที่ทำการพรรค สาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง สามารถปิดได้สถานที่ละ 1 แผ่น ขนาดไม่เกิน 400 ซม.x 750 ซม.
ข้อ 6 การดำเนินการเกี่ยวกับประกาศและแผ่นป้ายผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องเก็บรักษาเอกสาร หลักฐานเกี่ยวข้องไว้ประกอบการยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่ายในการเลือกตั้ง
"เรื่องป้ายหรือประกาศจะมีข้อยกเว้นอยู่ก็คือพวกแผ่นพับ แผ่นปลิวคือเอกสารที่เป็นขนาดเล็ก รวมถึงสติ๊กเกอร์หรือจอแอลซีดีที่ติดตามรถ ก็สามารถที่จะทำได้ โดยไม่ต้องเป็นไปตามขนาดหรือจำนวนที่ระเบียบกำหนด แต่ให้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไป" นายแสวง กล่าว
ขณะเดียวกัน ขอย้ำกับผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกจังหวัดว่า ข้อมูลที่ชี้แจงวันนี้ (27ก.ย.) คาดว่าครบถ้วน ส่วนการลงพื้นที่การปิดแผ่นป้ายคงเป็นแนวทางให้ กกต. จังหวัด ไปปรับใช้ให้เป็นแนวทางเดียวกัน หากพบกรณีที่มีความซับซ้อน ขอให้ถามมาที่ส่วนกลางในสิ่งที่ไม่แน่ใจว่าทำได้หรือไม่ ที่สำนักกฎหมาย สำนักกิจการพรรคการเมือง สำนักสนับสนุนโดยรัฐ รวมถึงรองเลขาธิการฯ ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ โดยเชื่อว่าหากนำวิธีการนี้ไปใช้จะทำให้เป็นในทิศทางเดียวกันอย่างถูกต้อง