"รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ" กรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต่อว่า การจัดประชุมในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างต่อเนื่องในอาเซียนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาในกัมพูชา ในอินโดนีเซียและไทย ตามลำดับ ทำให้ "ภูมิภาคอาเซียน" โดดเด่นบทเวทีโลก เป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้การพบปะและหารือกันของผู้นำสหรัฐอเมริกาและผู้นำจีน ทำให้ความตึงเครียดทางการเมืองและการค้าลดลงอย่างมากและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ
ส่งผลดีต่อการลงทุน การค้าและเศรษฐกิจโลกในปีหน้า นอกจากนี้ การค้าระหว่างไทยกับเอเปคมีแนวโน้มขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในปีหน้า คาดการณ์ว่า การค้าระหว่างไทยกับกลุ่มสมาชิกเอเปคมีมูลค่าราว 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2565 คิดเป็นมากกว่า 72% ของปริมาณการค้าโลกของไทย เอเปคนั้นสนับสนุนการสร้างการบูรณาการทางเศรษฐกิจภูมิภาคแบบเปิด (Open Regional Economic Integration) คือ สามารถเปิดกว้างให้สิทธิประโยชน์ต่อประเทศนอกกลุ่มเอเปคได้ด้วย การเป็นภูมิภาคแบบเปิดนั้นจะช่วยขยายห่วงโซ่อุปทานให้กว้างขวางมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์อย่างเต็มที่โดยเฉพาะบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ และทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆในภูมิภาคเอเปครวมทั้ง EEC น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การเข้าถึงโอกาสอาจเหลื่อมล้ำมากขึ้นไปอีก การผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองในบางประเทศอาจควบแน่นมากขึ้นกว่าเดิม การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองให้เป็นธรรมจึงควรเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นก่อนการเปิดเสรีอย่างเต็มที่ในทุกเวทีทุกข้อตกลง
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต่อว่า แม้นการประชุมเอเปคจะแสดงความพร้อมในการจัดงานระดับนานาชาติและทำให้ “ไทย” เพิ่มบทบาทบนเวทีระหว่างประเทศ เกิดประโยชน์ต่อการค้า การลงทุนและเศรษฐกิจโดยรวม
แต่ การสลายการชุมนุมต่อต้านเอเปค 2022 ทำลายภาพพจน์ไทยในสายตาโลก การยื่นข้อเรียกร้องขององค์กรประชาสังคมมักเกิดขึ้นในหลายเวทีการประชุมผู้นำระดับภูมิภาคและระดับโลก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอ การเปิดโอกาสให้ดำเนินการได้จะทำให้เวทีการประชุมพิจารณาประเด็นปัญหาต่างๆ
หรือ การมีความร่วมมือทางด้านต่างๆบูรณาการความต้องการของประชาชนได้มากขึ้นหลากหลายขึ้น กรณีการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่โดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายต่อประชาชนผู้เดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้นำเอเปค รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระและเป็น กลาง
กรณีดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้กระทำการเกินกว่าเหตุหรือไม่ และรัฐบาลต้องให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพและแสดงออกทางการเมือง และปฏิบัติตามกฎหมาย ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมุ่งแก้ปัญหาความเห็นต่างด้วยกระบวนการประชาธิปไตยและการหารือกันบนหลักของเหตุผลและการมีส่วนร่วม