การลำตังหวาย ก็เป็นอีกแบบหนึ่งที่ใช้ปฏิภาณไหวพริบในการด้นกลอนสด จุดกำเนิดอยู่ที่หมู่บ้านตังหวาย แขวงสุรรณเขตของฝั่งลาว ตรงข้ามกับมุกดาหารและอุบลราชธานี เป็นศิลปะการแสดงที่ปรากฏในส่วนที่อยู่ตอนใต้ลงมา การลำตังหวายสามารถลำกันได้ทุกเพศทุกวัย
ในอดีตผู้ชายจะเป็นฝ่ายลำ เพื่อการเกี้ยวพาราสีฝ่ายหญิง ถ้าฝ่ายหญิงมีความสามารถโต้ตอบได้ก็จะตอบกลับโดยใช้ผญา การลำตังหวายไม่มีการประพันธ์บทไว้ล่วงหน้า จึงเป็นการลำแบบด้นสด สามารถคิดเนื่อหาการลำได้เอง โดยใช้ทำนองลำตังหวาย ส่วนเครื่องดนตรีประกอบได้แก่ แคน พิณ และซอ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานีและอีกหลายแห่งในภาคอีสานมีวิชาการเรียนการสอน การทำวิจัยและการส่งเสริมฟื้นฟูและเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมพื้นเมืองเหล่านี้
กิจกรรมการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปะวัฒนธรรมในครั้งนี้ เป็นการจัดแสดงบนเวทีในห้องเธียเตอร์ของโรงเรียน ให้แต่ละฝ่ายแสดงสลับกัน เริ่มจากวงออเคร้สต้าของโรงเรียนที่เล่นดนตรีสมัยใหม่ดังกระหึ่ม อลังการ สอดประสานเสียงขับขานตามจังหวะของไวทยากร จากนั้นเป็นการแสดงสลับไทย-ลาว ซึ่งชุดการแสดงของไทยที่เตรียมไว้มีมากมาย จนเกรงว่าจะไม่สามารถบรรจุเข้าในระยะเวลาที่มีจำกัดได้ แต่ในที่สุดทุกอย่างก็ลงตัว คิวแสดงกระชับดีมาก ไม่รู้สึกเยิ่นเย้อ
มีทั้งการแสดงยุคโมเดิร์นของศิลปินรุ่นเด็กจากศูนย์แลกเปลี่ยนศิลปะนานาชาติที่กรุงเทพฯ สุพรรณบุรี มาเลเซีย
รวมทั้งหมอลำพื้นบ้านอีสาน และโปงลางวงใหญ่จากโรงเรียนพระมหาไถ่ ซึ่งขนกันไปแสดง ในส่วนของฝ่ายลาว มีการเต้นรำแบบบัลเล่ต์ เข้าใจว่าได้วัฒนธรรมมาจากฝรั่งเศสและสหภาพโซเวียต และการแสดงของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว
นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมประกาศเกียรติคุณผู้มีคุณูปการต่อการพัฒนาอนุภาคลุ่มน้ำโขง ไทย-ลาว ด้วยการมอบรางวัลแม่โขงทองคำ (Golden Mekong Award) ๘๐ รางวัลโดยผ่านตัวแทนสองฝ่าย มีกิจกรรมผ้าป่าวัฒนธรรม เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนและสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอนดนตรีผ่านโรงเรียนศิลปะแห่งชาติ สปป.ลาว นี่ก็นับเป็นเรื่องดีงามที่ช่วยสานสัมพันธ์พี่น้องไทย-ลาวได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถขยายไปสู่เด็กเยาวชนลาวในพื้นที่อื่นและสาขาอื่นๆได้อีกมาก
เมื่อปี ๒๕๖๐ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเคยจัดการประชุมสัมมนาวิชาการเรื่อง "แคน" มนต์เสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน-ลาว เพื่อเป็นเวทีในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนแนวคิด ลงลึก รากฐานมรดกวัฒนธรรมมนต์เสน่ห์ของเสียงแคน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีสำคัญและผูกพันกับชาวอีสานและชาวลาว มาอย่างยาวนาน ในหลากหลายแง่มุม ทั้งด้านทำนอง จังหวะ เครื่องดนตรี และการนำไปใช้ รวมไปถึงงานวรรณกรรมที่ก่อเกิดจากการได้ยินได้ฟังเสียงแคน ผู้เชี่ยวชาญบางท่านถึงกับชี้ว่า "หมอแคนหมอลำ เป็นต้นทางสร้างสรรค์วรรณกรรมนานาชาติพันธุ์"
ปลายปีนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นจะจัดงานสัมมนานานาชาติว่าด้วยเรื่องเสียงแคน มรดกไทย-ลาว เพื่อผลักดันสู่การเป็นมรดกโลกทางศิลปะวัฒนธรรมโดยผ่านองค์กร UNESCO
เสาหลักประชาคมอาเซียนในด้านสังคมวัฒนธรรม เป็นหนึ่งในสามเสาหลัก กิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน และการผลักดัน"เสียงแคน มรดกสองฝั่งโขง" จึงเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง