"รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ" กรรมการวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า การสิ้นสุดลงของยุคดอกเบี้ยต่ำมากเป็นพิเศษเข้าสู่ดอกเบี้ยขาขึ้น และ การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อในบางประเทศไม่น่าจะนำมาสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง เพียงทำให้เศรษฐกิจชะลอลงบ้างเท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ คือ การปรับเพิ่มค่าบริการและสินค้าจากแฟลตฟอร์มหรือออนไลน์ต่างๆจะแพงขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากในยุคดอกเบี้ยต่ำพิเศษได้สิ้นสุดลงแล้ว
ก่อนหน้านี้ บรรดา Tech Start-Up ทั้งหลายจะได้เงินลงทุนจาก กองทุนร่วมเสี่ยงจำนวนมากและมีการอุดหนุนราคาให้การให้บริการต่างๆถูกมากกว่าปรกติเพื่อขยายฐานลูกค้า ขยายฐานรายได้ และยอมขาดทุนจากการอุดหนุนราคา ขายและให้บริการต่ำกว่าราคาตลาด สินค้าราคาถูกมากๆที่ขายทางออนไลน์จะมีให้เห็นน้อยลง จาก online Shopping ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Alibaba, Lazada หรือ Shopee เป็นต้น บริการราคาถูกมากๆจากไรเดอร์ทั้งหลายใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็น Uber, Grab สินค้าขายออนไลน์ทั้งหลายรวมทั้งราคาค่าบริการทั้งหลายจะปรับเพิ่มขึ้นไปพร้อมกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ยุคเฟื่องฟูของ กองทุนร่วมเสี่ยง (Venture Capital) และ บริษัท Tech Start-up รวมทั้งบริษัทธุรกิจแพลตฟอร์มต่างๆกำลังก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ นอกจากนี้ ต้นทุนจ้างแรงงานอิสระของธุรกิจแพลตฟอร์ม สูงขึ้น การจัดมาตรฐานการจ้างงาน ลูกจ้างอิสระแพลตฟอร์ม (Independent Contract worker) ให้ได้รับความเป็นธรรมในการจ้างงานรายชิ้นมากขึ้น ทำให้ต้นทุนแรงงานสูงขึ้นแต่เป็นธรรมมากขึ้น ช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจแบบกิ๊ก (Gig Economy) ทำให้ บริษัทแพลตฟอร์มเป็นอิสระจากความรับผิดชอบต่อคนงาน
โดยเฉพาะคนงาน "ไรเดอร์" ที่ถูกเรียกว่าเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ หรือ พาร์ตเนอร์ (Partner) ไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน หรือ ไม่มีสวัสดิการในการทำงาน สิ่งนี้จำเป็นต้องมีการจัดระเบียบเพื่อความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ
"รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ" กรรมการวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการต่างก็หาทางใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตสินค้า บริการหรือนวัตกรรมที่เป็นสินค้าใหม่ เพื่อสร้างประโยชน์เชิงธุรกิจให้กับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนวัตกรรมนั้นสามารถทำให้องค์กรมีกำไรจากการเป็นผู้ผูกขาด (Monopoly profit) ได้เปรียบในการแข่งขัน
แต่ก็ยังมีนักลงทุนบางคนที่พยายามจะลอกเลียนแบบเทคโนโลยีของผู้อื่น หรือดัดแปลงพัฒนาต่อยอดก็ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลาเช่นกัน เกิดเป็นวงจรเช่นนี้เรื่อยไป จนกระทั่งถึงจุดที่ความสามารถในการผูกขาดหมดไป ณ จุดนี้สิ่งต่างๆ จะวนกลับมาเป็นวัฏจักร เพื่อหนีการลอกเลียนแบบผู้ประกอบการเดิมหรือคนที่มองหานวัตกรรมใหม่ๆ จะทำให้เกิดรูปแบบการแข่งขันใหม่ๆ จากการคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ
นักเศรษฐศาสตร์การเมืองออสเตรีย นาม Joseph Schumpeter และ นักเศรษฐศาสตร์ชาวเยอรมัน นาม Werner Sombart เรียกว่าเป็น การทำลายที่สร้างสรรค์ (creative destruction) เมื่อมีการคิดสิ่งใหม่ๆ ทำลายสิ่งที่มีอยู่เดิม และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โอกาสใหม่รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจ ในยุคอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น การไล่กวดทางธุรกิจ คิดค้นและต่อยอดนวัตกรรมใหม่จะเกิดขึ้นในอัตราเร่ง และ มาถึง จุดเปลี่ยนแปลงสำคัญของ บริษัท Tech Start-Up และ การปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การลงทุนของกองทุนร่วมเสี่ยง Venture Capital แล้ว
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า จากข้อมูลของ รายงาน Global Digital Report พบว่า คนไทย 69% และล่าสุดมากกว่า 70% อยู่บนโลกออนไลน์เป็นประจำและมีพฤติกรรมออนไลน์หลายอย่างที่เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น โดยคนไทยใช้ “โซเชียลมีเดีย” เป็นช่องทางหลักในการอัพเดทข่าวเป็นอันดับต้นๆของโลกและเป็นอันดับหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2561 คนไทยช้อปปิ้งออนไลน์และซื้อของออนไลน์ผ่านมือถืออันดับต้นๆของโลก เศรษฐกิจไทยควรได้รับประโยชน์และโอกาสทางเศรษฐกิจและธุรกิจมากกว่านี้จากฐานตลาดที่ใหญ่
ถ้า ไทย สามารถพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีของตัวเอง และเก็บภาษีแพลตฟอร์มต่างชาติเพื่อนำมาส่งเสริมแพลตฟอร์มของไทยเป็นนโยบายสาธารณะที่ควรมีการศึกษาอย่างจริงจัง ระบบเศรษฐกิจที่ทำงานอยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เนตและเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งจากการแพร่หลายของนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ด้วยเทคโนโลยี MR Mixed Reality (เป็นการผสาน VR และ AR เข้าด้วยกัน เกิดภาพที่มีมิติ เสมือนจริง เราจะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับโลกเสมือนได้บนพื้นหลังที่เป็นสิ่งแวดล้อมจริง ผ่านอุปกรณ์อย่าง HoloLens ของ Microsoft หรือ Apple Glasses ซึ่งสามารถนำมาใช้ในกิจการศึกษาวิจัย กิจการท่องเที่ยว บริการทางแพทย์หรือกิจการบันเทิง นันทการต่างๆ) ด้วยเทคโนโลยี XR Extended Reality (เป็นการผสมความจริงเสมือน ความจริง และช่องทางการสื่อสารระหว่างคนกับเครื่องจักร รวม VR AR และ MR เข้าด้วยกัน) อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยจะยังคงเป็นเบี้ยล่างในฐานะเป็นผู้ซื้อ ผู้ใช้ มากกว่าการเป็นผู้พัฒนาต่อยอด การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวนำในกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆการดำเนินกิจการต่างๆขององค์กรหรือปัจเจกบุคคล
การสร้างการเติบโตทางธุรกิจ มีลักษณะเด่นอยู่ 3 ประการคือ
1. การใช้ทรัพยากรเมื่อต้องการ (Resource on Demand) ภายใต้เศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากกำลังการผลิตที่เหลือของทรัพยากรหรือสินทรัพย์ที่มีอยู่
2. การใช้ศักยภาพของบุคลากรเมื่อต้องการ (Talent on Demand) ในรูปแบบของแรงงานอิสระ (Freelance Workforce) คำว่า "Freelance"หรือ "Freelancer" คือผู้มีอาชีพอิสระไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงานองค์กรใดๆ
3. การแสวงหาความรู้และข้อมูลที่จำเป็นเมื่อต้องการ (Intelligence on Demand) ลักษณะดังกล่าวจะทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจใหม่จำนวนมากและทำลายล้างธุรกิจและเศรษฐกิจแบบเดิมจำนวนไม่น้อยด้วยอัตราเร่งที่มากกว่าเดิม กว้างขวางกว่าเดิม โดยเฉพาะประเทศที่ไม่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมเหล่านี้