background-defaultbackground-default
การกำเนิดรัฐและรัฐชาติ กับ สภาพการเมืองในยุคประชาธิปไตยแบบไทยๆ

เนื้อหาของเพลงที่ว่า "รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย..." ถือว่าดีอยู่แล้ว แต่น่าจะดีขึ้นถ้าจะขยายความเป็นว่า "รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมโลกเดียวกัน" ส่วนหนึ่งจากบทความ "การกำเนิดรัฐ และรัฐชาติ" โดย โคทม อารียา ชวนให้ติดตาม

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

บทความนี้พยายามมอง "รัฐ" โดยย้อนกลับไปสู่อดีตอันแสนไกล แล้วมาพิจารณาเรื่องรัฐชาติและลัทธิชาตินิยมที่เพิ่งมีมา แต่ก็กลายมาเป็นมโนทัศน์ที่ครอบงำการเมืองไทยร่วมสมัย โดยเฉพาะได้ถูกใช้เพื่อให้ข้าราชการครองความเป็นใหญ่ทางการเมืองในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของ 90 ปีที่ผ่านมา ที่เรียกว่าเป็นยุค "ประชาธิปไตย" แบบไทย ๆ นั่นเอง

 

ในเรื่องการกำเนิดรัฐ ขออ้างอิงหนังสือ "Against the Grain. A Deep History of the Earliest States" เขียนโดย เจมส์ ซี สก็อตต์ ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2017

 

เรื่องเล่าของเขาเริ่มเมื่อสี่แสนกว่าปีที่แล้ว เมื่อสมาชิกตระกูลมนุษย์หรือโฮมีนิด (hominid) ถือกำเนิดขึ้นในโลกนี้ เราเรียกโฮมีนิดกลุ่มแรก ๆ ว่า "มนุษย์ที่รู้จักยืน" หรือ Homo Erectus พวกเขาอาศัยอยู่ตามถ้ำ การขุดค้นทางโบราณคดีพบซากกระดูกของพวกเขาและซากสัตว์ แต่ในชั้นที่อยู่ลึกที่สุด (หมายความว่าเก่าที่สุด) นั้น ไม่พบร่องรอยของคาร์บอน ซึ่งแสดงว่ายังไม่รู้จักใช้ไฟ ชั้นที่ขุดค้นพบคาร์บอนสามารถระบุว่าซากกระดูกมีอายุประมาณสี่แสนปี คือการรู้จักใช้ไฟมีมาก่อนการปรากฏตัวของมนุษย์ฉลาด (Homo Sapiens) ที่เป็นบรรพชนของพวกเราหลายแสนปี

 

มนุษย์ที่รู้จักยืนใช้ไฟเพื่อความอบอุ่น ไล่ล่าสัตว์ให้ไปตกผา ย่างเนื้อสัตว์ ไล่ศัตรู ฯลฯ และที่สำคัญคือ การเผาป่าเพื่อปรับพื้นที่ให้สะดวกแก่การหาอาหาร ทำให้เกิดความร่วมมือกันในการเก็บพืชป่าและไล่ล่าสัตว์ ถือได้ว่า "ไฟ" คือเทคนิคที่เอื้อต่อการรวมกันเป็นครอบครัวและชุมชน

 

เทคนิคสำคัญที่ตามมาคือการรู้จักครอบครองของป่า คือนำเมล็ดพันธุ์พืช โดยเฉพาะธัญพืชมาเก็บไว้ใช้กินทีหลังหรือใช้เพาะปลูก และทำสัตว์ป่าให้เชื่อง ให้เป็นสัตว์เลี้ยง เช่น เลี้ยงหมาไว้เฝ้าระวังสัตว์อื่นหรือคนแปลกหน้า และให้ช่วยในการล่าสัตว์ สก็อตต์ให้ชื่อรองของหนังสือเล่มนี้ว่า Homo Domesticus หมายถึงมนุษย์ผู้ครอบครองของป่า (ทำของป่าให้เป็นของบ้าน) นั่นเอง

 

เขาประมาณว่า มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์จากธัญพืชและจากการเลี้ยงสัตว์ เป็นเวลาสี่พันปีก่อนที่จะตั้งถิ่นฐานเป็นสังคมที่ใช้เกษตรกรรมเป็นฐานในการดำรงชีพ กล่าวอีกนัยหนึ่ง มนุษย์รู้จักเทคนิคการดูแลธัญพืชและการเลี้ยงสัตว์มานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังหาเลี้ยงชีพโดยการเที่ยวหาพืชที่ขึ้นเองตามป่าเขาและล่าสัตว์เป็นอาหาร เพราะเป็นวิถีชีวิตที่สะดวกสบายกว่า ไม่เหนื่อยยากทำงานหนักเหมือนการทำไร่ไถนาและการเลี้ยงปศุสัตว์ มีข้อค้นพบทางโบราณคดีจำนวนมากที่ยืนยันว่าในช่วงเวลาสี่พันปีที่มนุษย์รู้จักเทคนิคการเกษตรและการสร้างบ้าน

 

พวกเขาไม่ได้รีบร้อนอะไรที่จะตั้งถิ่นฐานเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรม แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่ามนุษย์อยากตั้งหมู่บ้านและตั้งรัฐเหลือเกิน กล่าวคือ โดยทันทีที่รู้จักเทคนิคพื้นฐานการเกษตร ก็จะรีบตั้งหมู่บ้าน และแปงบ้านให้เป็นเมือง เป็นรัฐ

 


สก็อตต์เสนอเส้นเวลา (time line) ในการสร้างรัฐในลุ่มแม่น้ำยูเฟรติสและไทกรีส ที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเมโสโปเตเมีย ดังนี้

การกำเนิดรัฐและรัฐชาติ กับ สภาพการเมืองในยุคประชาธิปไตยแบบไทยๆ

 

        ยามยืนเดินนั่งน้อม            กมล
        รำลึกถึงเทศตน                อยู่ยั้ง
        เป็นรัฐมณฑล                  ไทยอยู่ สราญฮา
        ควรถนอมแน่นตั้ง              อยู่เพี้ยง อวสาน  
              

                ..................................

        หากสยามยังอยู่ยั้ง                         ยืนยง
        เราก็เหมือนอยู่คง                          ชีพด้วย
        หากสยามพินาศลง                        ไทยอยู่  ได้ฤา
        เราก็เหมือนมอดม้วย                      หมดสิ้น สกุลไทย

 

พระองค์มีดำริที่จะจำแนกความหมายของรัฐ (สยาม) และของชาติ (ไทย) อย่างชัดเจน แต่ทรงยืนยันว่า เราไม่อาจแยกรัฐออกจากชาติได้ เท่ากับเป็นการเน้นมโนทัศน์รัฐชาตินั่นเอง การสร้างรัฐชาติตามแนวทางของพระองค์ มีลักษณะเป็นการสร้าง "ศัตรู" ร่วม เพราะคนไทยเริ่มกลัวว่าคนจีนในสมัยนั้น จะเข้ามาควบคุมระบบเศรษฐกิจ จึงทรงออกกฎหมายกำหนดสัญชาติลูกจีนที่เกิดในแผ่นดินสยาม ให้ต้องถือสัญชาติไทย ซึ่งเป็นการกลืนกลายคนจีนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นคนไทยนั่นเอง


ขณะนี้คนไทยหลายคนเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาแต่การระบาดของโรคโควิด – 19 และสงครามในยูเครน แต่ถึงแม้นเศรษฐกิจมหภาคจะไม่ดีนัก ก็คงประคับประคองกันไปได้ แต่วิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี 2548 นี่ซิ ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นแต่อย่างใด

 

การตั้งข้อหาทางการเมืองแก่เยาวชน ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดอย่างไม่เห็นทางออกเช่นกัน 

 

ปัญหาส่วนหนึ่งอาจเนื่องมาจากการมองย้อนกลับไปยังอดีตที่มองไปไม่ไกลพอ ซึ่งถ้ามองไปไกลขึ้นแล้ว อาจเห็นว่าเรื่องของรัฐ เรื่องของชาติ เป็นเรื่องสมมุติ เป็นมโนทัศน์ที่เพิ่งมีมาไม่นานนี้ การปลุกสำนึกให้คนมีความเมตตากรุณาต่อกัน ควรเป็นเรื่องของมนุษย์ต่อมนุษย์ ไม่ว่าเขาหรือเธอจะเป็นชาติใดก็ตาม หรือดำรงตำแหน่งสูงใหญ่หรือต่ำต้อยก็ตาม 

 

เนื้อหาขอเพลงที่ว่า "รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย..." ก็ดีอยู่แล้ว แต่น่าจะดีขึ้นถ้าจะขยายความเป็นว่า "รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมโลกเดียวกัน" โลกใบนี้ได้เห็นความเกลียดชัง การเข่นฆ่า การสงครามมามากแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นบทเรียนว่าอย่ามุ่งหวังแต่จะเอาชนะ หากเพียงมุ่งหวังให้อยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีจะดีกว่า      
     

 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด