๑.การจัดการน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน
ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชที่ใช้น้ำมาก เกษตรกรสวนปาล์มจึงต้องลงทุนในเรื่องแหล่งน้ำอย่างเพียงพอ ให้มีใช้ตลอดฤดูแล้ง และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบ “มินิสปริงเกอร์” พ่นน้ำเป็นละอองฝอย เพื่อให้พืชปาล์มสามารถดูดซึมไปใช้ได้แบบเต็มประสิทธิภาพ
๒.การจัดการธาตุอาหารตามผลวิเคราะห์ดิน ใบและผลผลิต
พฤติกรรมในการให้ปุ๋ยของเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน ส่วนใหญ่ทำตามกันไปและตามความเคยชิน ไม่มีหลักวิชาการใหม่ๆมาเพิ่มเติม จึงต้องการการอบรมเกษตรกรสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความต้องการน้ำ ธาตุอาหาร คุณสมบัติของดิน สภาพภูมิอากาศ และการจัดการการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างเหมาะสม
รวมทั้งความสำคัญของการบันทึกข้อมูลต่างๆในการผลิตปาล์มน้ำมัน สำหรับประเมินรายรับรายจ่าย การเพิ่มรายได้ การลดต้นทุนการผลิตจากนวัตกรรม การเก็บตัวอย่างดินและใบปาล์ม สำหรับวิเคราะห์กายภาพและเคมีของดิน และปริมาณธาตุอาหารในใบ ปีละครั้ง การเลือกซื้อเลือกใช้ปุ๋ยบำรุงดินอย่างชาญฉลาด เข้าใจบทบาทหน้าที่ของธาตุอาหารหลัก อาหารเสริมที่สำคัญต่อปาล์มน้ำมัน
สำหรับเกณฑ์ประเมินสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิเฉลี่ย ความเร็วลม และความเข้มแสง รวมทั้งองค์ความรู้ทางวิชาการนั้น ศูนย์วิจัยและเกษตรกรจะร่วมกันวิเคราะห์และปรับประยุกต์ใช้ในแปลงปลูกจริง
เช่น คุณสมบัติของดิน ความลึกเนื้อดิน ความลาดชัน การระบายน้ำดี ไม่มีท่วมขัง ค่าความเป็นกรด-ด่าง ความเค็ม ปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ทองแดง ความจุในการแลกเปลี่ยนประจุบวก และสูตรปุ๋ย
๓.การเก็บเกี่ยวปาล์มน้ำมันตามชั้นคุณภาพ มกอช.
อบรมเกษตรกรเกี่ยวกับความสำคัญของมาตรฐานทะลายปาล์มน้ำมัน(มกษ.๕๗๐๒-๒๕๖๒) ระยะพัฒนาการของปาล์มน้ำมัน อิทธิพลของปัจจัยการผลิตต่อจำนวน-คุณภาพทะลาย ผลกระทบการเก็บเกี่ยวปาล์มคุณภาพ-ด้อยคุณภาพ และการคำนวณราคารับซื้อทะลายปาล์มน้ำมัน มี ๕ ระดับ อ่อนมาก(ไม่เปลี่ยนสีผล) อ่อน (สีผลเปลี่ยนไม่ถึง ๑๐๐) ดิบ(สีผลเปลี่ยนเต็ม ๑๐๐) กึ่งสุก (ผลร่วง ๑-๙/ทะลาย) และ สุก (ผลร่วงอย่างน้อย ๑๐/ ทะลาย)
๔.การพัฒนาสู่แปลงต้นแบบ TSPO ( Thailand Sustainable Palm Oil)
ศึกษาเปรียบเทียบการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ หรืออัตราการสังเคราะห์สุทธิของปาล์มน้ำมันระหว่างฤดูแล้ง(ก่อนให้น้ำ) และฤดูฝน(หลังให้น้ำ) เพื่อศึกษาความแตกต่างของอัตราการสังเคราะห์แสงสุทธิและเปรียบเทียบรอยเท้าน้ำของการผลิตปาล์มน้ำมันว่าแตกต่างกันหรือไม่
ประเด็นพิจารณา คือ ถ้าสามารถพัฒนาให้เกษตรกรสวนปาล์มน้ำมันทั้ง ๑.๓ ล้านไร่ ให้มีการปฏิรูประบบบำรุงรักษาด้วยนวัตกรรมนี้ ในขณะที่ราคาปาล์ม ๑๒ บาท/กก.อย่างวันนี้ จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวม(GPP)จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด