เนชั่นทีวี

Business

เปิดใจ “ชญานี” คิงส์ฟอร์ด 10 ปี ที่รอคอยความเป็นธรรม ศาลปกครองสูงสุด เพิกถอนคำสั่งลงโทษของ ก.ล.ต.

17 ก.ย. 2569 | prisana_tha

เปิดใจ “ชญานี” คิงส์ฟอร์ด 10 ปี ที่รอคอยความเป็นธรรม ศาลปกครองสูงสุด เพิกถอนคำสั่งลงโทษของ ก.ล.ต.

เปิดใจ “ชญานี” คิงส์ฟอร์ด 10 ปี ที่รอคอยความเป็นธรรม ในวันที่ศาลปกครองสูงสุด สั่งเพิกถอนคำสั่งลงโทษ ของ ก.ล.ต. คดีประวัติศาสตร์ เอกชน ชนะ ก.ล.ต.

เปิดใจ “ชญานี” คิงส์ฟอร์ด 10 ปี ที่รอคอยความเป็นธรรม ในวันที่ศาลปกครองสูงสุด สั่งเพิกถอนคำสั่งลงโทษ ของ ก.ล.ต. คดีประวัติศาสตร์ เอกชน ชนะ ก.ล.ต.

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืน เพิกถอนคำสั่ง ก.ล.ต. ที่ลงโทษพักการปฏิบัติหน้าที่ในตลาดทุนของ ชญานี โปขันเงิน ผู้บริหาร บล. คิงส์ฟอร์ดฯ และนายชยันต์ อัคราทิตย์ โดยเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • ศาลชี้กระบวนการพิจารณาทางวินัยมีปัญหา โดยเฉพาะการที่ ก.ล.ต. ปกปิดรายชื่อคณะกรรมการวินัยด้วยเหตุป้องกันผลประโยชน์ขัดแย้ง ขณะที่ศาลเห็นว่าไม่มีกฎหมายให้อำนาจดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
  • ชญานี เผยต่อสู้คดีนาน 10 ปี ยืนยันคำพิพากษาทำให้รู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้ ก.ล.ต. ทบทวนกระบวนการภายใน ยึดหลักโปร่งใส เป็นธรรม และปฏิบัติตามกฎหมาย

17 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ลงโทษ นางสาวชญานี โปขันเงิน ผู้บริหาร บล. คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) และนายชยันต์ อัคราทิตย์  โดยพิจารณาว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จัดเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่เอกชนชนะข้อพิพาทกับ สำนักงานก.ล.ต

 

คดีนี้สืบเนื่องจาก นางสาวชญานี ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง เมื่อปี 2560 โดยมีสำนักงาน ก.ล.ต.และพวก เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ในคดีหมายเลขแดง 643/2563 จากกรณีที่ ก.ล.ต.ลงโทษพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคลากรในตลาดทุนของนางสาวชญานี เป็นเวลา 1 ปี โดยก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางเคยมีคำพิพากษาไว้แล้วว่า เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนคำสั่งการลงโทษเมื่อปี 2563 แต่เนื่องจาก ก.ล.ต.ได้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยอ้างว่าคำสั่งลงโทษของตัวเองถูกต้องตามกฎหมายนั้น

กระทั่งเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษา ยืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ที่ให้เพิกถอนคำสั่งการลงโทษ โดยพิจารณาว่า เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีการพิจารณาในอีกหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับกระบวนการขั้นตอนการพิจารณาโทษของคณะกรรมการวินัย ที่ ก.ล.ต.เป็นผู้แต่งตั้งว่ากระบวนการของ ก.ล.ต.ที่อ้างว่า มีการป้องกันการมีผลประโยชน์ขัดแย้งหรือความไม่เป็นกลางของคณะกรรมการวินัยโดยการให้ปกปิดชื่อผู้ที่ถูกพิจารณาเป็นชื่อสมมติ ก,ข เป็นต้น นั้น ไม่มีกฎหมายข้อใดบัญญัติให้กระทำได้

โดย ก.ล.ต. ใช้เรื่องว่ามีการปกปิดชื่อผู้ถูกพิจารณา เป็นข้ออ้างที่จะไม่ส่งรายชื่อคณะกรรมการวินัยให้นางสาวชญานี ทั้งที่นางสาวชญานี ได้มีการร้องขอทราบรายชื่อคณะกรรมการวินัยที่เป็นผู้พิจารณากรณีของตน เพราะเกรงว่ากรรมการที่พิจารณากรณีของตัวเองนั้น อาจมีบุคคลที่ไม่มีความเป็นกลาง เนื่องจากมีที่มาจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และภาคธุรกิจที่มีความใกล้ชิดกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ซึ่งที่จริงก็คือ คู่แข่งในการทำธุรกิจกันมาโดยตลอด แล้วจะมีความเป็นกลางในการพิจารณาความผิดทางวินัยของคู่แข่งทางธุรกิจกันเองได้อย่างไร

 

ทั้งนี้ นางสาวชญานี ให้สัมภาษณ์ ภายหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา ว่า ความรู้สึกถึงวันนี้ดีใจเป็นธรรมดา เพราะต่อสู้มา 10 ปี การต่อสู้กับ ก.ล.ต.ในแวดวงการตลาดนักลงทุน ถือเป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุด มีความยากลำบากในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ เลขาธิการ ก.ล.ต. ที่ผ่านมาการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมทั้งเรื่องการฟ้อง ม.157 กรณีออกคำสั่ง ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรมเท่าที่ควร

 

“จนกระทั่งศาลปกครองชั้นต้นมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนคำสั่งของ ก.ล.ต. ตอนนั้นยื่นฟ้องปี 2560 ศาลตัดสินปี 2563 และกระทั่งล่าสุดศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ทำให้รู้สึกว่าระยะเวลาที่รอคอยความยุติธรรมมีความคุ้มค่า”

 

“ส่วนตัวเชื่อว่าที่ถูกลงโทษก่อนหน้านี้เนื่องจากไปแข่งขันกับโบรกเกอร์ใหญ่ ในความรู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้ง โดยในตอนนั้นส่งผลกระทบต่อ ธุรกิจ ครอบครัว และลูกค้า เมื่อมาถึงวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า ก.ล.ต.ลุแก่อำนาจ ที่ผ่านมาในบรรดาโบรกเกอร์มักคุยกันว่า ก.ล.ต.จับได้แต่สามล้อแท็กซี่ เวลาเจอเฟอร์รารีก็ปล่อยผ่าน”นางสาวชญานี กล่าว และว่า

 

ก.ล.ต.ควรทบทวนกระบวนการภายใน ให้ยึดโยงกับเรื่องความโปร่งใส เป็นธรรม ยึดมั่นในกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการลงโทษบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลภาคธุรกิจ

ข่าวล่าสุด