นางศุภจี กล่าวว่า การเดินทางเยือนอินเดียครั้งนี้ ยังได้นำนักธุรกิจไทยที่สนใจลงทุนและขยายธุรกิจในอินเดียร่วมคณะ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจ โดยภายหลังการหารือกับรัฐมนตรีพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย ทั้งสองฝ่ายได้พบปะกับคณะผู้แทนไทยและภาคเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและต่อยอดโอกาสด้านการค้า การลงทุน และนวัตกรรม โดยมีผู้แทนภาคเอกชนและหน่วยงานไทยเข้าร่วม อาทิ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ดร.ณัฐพนธ์ จาวลา กรรมการบริหาร หอการค้าอินเดีย-ไทย และ ดร.เอกอนงค์ จางบัว ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองนวัตกรรมอาหาร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเดินหน้ากลไกความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุม คณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย–อินเดีย ในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อหารือและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือต่าง ๆ รวมถึงแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน และสนับสนุนการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นตรงกันที่จะเร่งรัดการเชื่อมโยงระบบชำระเงินรายย่อยออนไลน์ด้วย QR Code (Cross-Border QR Payment) ระหว่างระบบ Unified Payments Interface (UPI) ของอินเดียกับระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ของไทย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว รวมถึงการทำธุรกรรมของภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ อินเดียเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทยในโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ สำหรับช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 2569) การค้าระหว่างไทยกับอินเดียมีมูลค่า 13,974.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 8.07 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไทยส่งออกไปอินเดีย 10,270.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากอินเดีย 3,704.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อัญมณีและเครื่องประดับ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์