"เอกนัฏ" ลุยผลักดันร่างแผน PDP 2026 ปฏิรูปพลังงานไทย ชู 3 เสาหลัก "สะอาด-มั่นคง-เป็นธรรม"
09 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

"เอกนัฏ" ลุยผลักดันร่างแผน PDP 2026 ปฏิรูปพลังงานไทย ชู 3 เสาหลัก "สะอาด-มั่นคง-เป็นธรรม" ปลดล็อกเสรีไฟฟ้า-ดันโซลาร์รูฟท็อปประชาชน
Business
09 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

"เอกนัฏ" ลุยผลักดันร่างแผน PDP 2026 ปฏิรูปพลังงานไทย ชู 3 เสาหลัก "สะอาด-มั่นคง-เป็นธรรม" ปลดล็อกเสรีไฟฟ้า-ดันโซลาร์รูฟท็อปประชาชน
KEY
POINTS
9 กันยายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานเสวนา The Big Issue PDP 2026 Energy Green Power จัดโดย ฐานเศรษฐกิจ และโพสต์ทูเดย์ ว่าความสำคัญของร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 หรือแผน PDP 2026 ว่าในปัจจุบันเพิ่งผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็น และเหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์ก่อนสรุปแผน โดยแผนฉบับนี้ถือเป็น หัวใจและลมหายใจสำคัญที่จะสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมยุคใหม่ และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้มากกว่าระดับ 2-3%
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ประเทศไทยรอคอยการปรับปรุงแผน PDP มานานนับตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งในระหว่างนั้นโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะวิกฤตการณ์พลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและการขนส่งเชื้อเพลิง แผน PDP ฉบับใหม่นี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อใช้รองรับระยะยาว 25 ปี ไปจนถึงปี 2050 เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
1.แผนพลังงานที่สะอาดที่สุด โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด (RE) อย่างก้าวกระโดด จากปัจจุบันที่ต่ำกว่า 20% ให้แตะระดับ 50% ภายใน 10 ปีแรกและขยับขึ้นไปถึง 65-90% ภายในปี 2050 เพื่อสร้าง "แต้มต่อ" ให้กับอุตสาหกรรมไทยในการแข่งขันบนเวทีโลกที่เข้มงวดเรื่องภาษีคาร์บอน
2.แผนพลังงานที่มั่นคงที่สุด โดยลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซ LNG จากตลาด Spot ที่ผันผวนสูง โดยหันมาบริหารจัดการทรัพยากรในอ่าวไทยและเจรจานำเข้าก๊าซจากประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา) ให้เต็มศักยภาพ เพื่อควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ
3.แผนพลังงานที่มีความเป็นธรรมที่สุด โดยเน้นที่การปฏิรูปโครงสร้างให้เกิดการแข่งขันเสรีผ่านกลไก Direct PPA ที่เปิดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าซื้อพลังงานสะอาดจากผู้ผลิตได้โดยตรง และที่สำคัญที่สุดคือการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าประชาชนผ่านโครงการโซลาร์รูฟท็อปที่ตั้งเป้าหมายไว้สูงถึง 10,000 เมกะวัตต์ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเป็นเจ้าของและได้รับประโยชน์จากราคาไฟฟ้าที่เป็นธรรม
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า แผนดังกล่าวยังเปิดกว้างสำหรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ โดยไม่ปิดกั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SMR), ไฮโดรเจน หรือพลังงานความร้อนใต้พิภพ โดยจะเน้นการแข่งขันที่คุณภาพและราคาที่ถูกที่สุดให้เกิดกับประชาชนและธุรกิจ
“แผน PDP 2026 ไม่ใช่เพียงแผนการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่เป็นสัญญาประชาคม และสัญญาณที่ประเทศไทยส่งออกไปยังนักลงทุนทั่วโลก เพื่อยืนยันความพร้อมและความกล้าหาญในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน กระทรวงพลังงานยังคงเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วนในฐานะหุ้นส่วนสำคัญ เพื่อร่วมกันขัดเกลาแผนให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนประกาศใช้จริง“ นายเอกนัฏ กล่าว