มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge) ที่ประชุมได้อนุมัติให้การส่งเสริมบริษัทและสถาบันการศึกษา/ฝึกอบรมจำนวน 31 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 1,465 ล้านบาท เพื่อพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวน 49,300 คน เมื่อรวมกับโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ ทำให้ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้มาตรการนี้แล้วทั้งสิ้น 35 โครงการ ซึ่งจะมีการพัฒนาบุคลากรรวม 66,500 คน โดยโครงการที่ได้รับการสนับสนุนผ่านการพิจารณาคัดเลือกจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ มาตรฐานหลักสูตร ความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ศักยภาพและความพร้อมในการจัดฝึกอบรม โดยการฝึกอบรมจะครอบคลุมทักษะที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น
• ดิจิทัล: หลักสูตรด้านเทคโนโลยี AI, Data Analytics, Cloud Computing และ Cybersecurity
• อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ: หลักสูตรด้านการออกแบบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB Design) และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
• ยานยนต์สมัยใหม่: หลักสูตรด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และระบบการผลิตสมัยใหม่
• หุ่นยนต์: หลักสูตรด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ และการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing)
• เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ: หลักสูตรด้านการประยุกต์ใช้ AI และ IoT ในภาคเกษตร เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และเทคโนโลยีชีวภาพ
• การแปรรูปอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง: หลักสูตรด้านนวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร และบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ
• การแพทย์: หลักสูตรด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมชีวการแพทย์ และการวิเคราะห์ข้อมูล
ด้านสุขภาพ
• อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ: หลักสูตรด้านการวิเคราะห์วัสดุและนาโนขั้นสูง ระบบควบคุมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และอากาศยานไร้คนขับ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการภายใต้ “มาตรการสนับสนุนสตาร์ทอัพศักยภาพสูงที่มีความพร้อมเชิงพาณิชย์” ซึ่งเป็นโครงการของผู้ประกอบการไทยที่นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็น Deep Tech มาต่อยอดสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม โดยมุ่งวิจัยและพัฒนา “คาร์บอนควอนตัมดอท” (Carbon Quantum Dots: CQDs) ซึ่งเป็นวัสดุนาโนขั้นสูง ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้กับวัสดุที่นำไปผสม เช่น เสริมความแข็งแกร่ง โดย CQDs ในโครงการจะผลิตจากเศษวัสดุเหลือทิ้งในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในประเทศ ลดการพึ่งพาวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ และยกระดับผลงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงของประเทศในระยะยาว
“สิ่งที่เราทำวันนี้คือ การส่งเสริมการลงทุนในเรื่องที่เป็นอนาคตของประเทศ และการช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทย เป็นการตอกย้ำว่าบีโอไอไม่ได้มีบทบาทแค่การดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยทุกกลุ่มสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้สอดคล้องกับกติกาการค้าใหม่ของโลก ควบคู่กับการเร่งพัฒนากำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งในสาขา AI, เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, ยานยนต์ไฟฟ้า, หุ่นยนต์, อุตสาหกรรมชีวภาพ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ เพื่อให้บุคลากรไทยสามารถเข้าถึงงานที่มีคุณค่าและสามารถสร้างรายได้สูงในอนาคต” นายนฤตม์ กล่าว