ทั้งนี้ ส.อ.ท. เห็นว่าการที่ Fed คงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นช่วงเวลาที่ภาคอุตสาหกรรมไทยควรใช้ในการเตรียมความพร้อมและเสริมภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ มากกว่ามองว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจสิ้นสุดลงแล้ว โดยผู้ประกอบการควรเร่งบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทบทวนโครงสร้างต้นทุนทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ดูแลให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วยต้นทุนที่เหมาะสม รวมถึงเร่งลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และกฎระเบียบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยโลกที่ยังสูงและเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน
“เสถียรภาพทางการเงินเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยสำคัญ แต่สิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ในระยะยาว คือการลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง ยกระดับประสิทธิภาพ และสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้พร้อมรับมือกับทุกความผันผวนของเศรษฐกิจโลก” นางพิมพ์ใจ กล่าวทิ้งท้าย