โดยข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. พบว่าโครงการดังกล่าวช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีสถิติตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:
สรุปตัวเลขผู้ใช้สิทธิและยอดเงินหมุนเวียน
ผู้ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ: ทั้งหมด 26,040,623 ราย
ผู้ใช้สิทธิสำเร็จ (มีการจับจ่ายจริง): จำนวน 21,852,006 ราย
ประชาชนที่ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาทแล้ว: จำนวน 142,610 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิ.ย. 2569 เวลา 23.00 น.)
ยอดการใช้จ่ายสะสมรวม: 14,099.82 ล้านบาท *
-แบ่งเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมสนับสนุน: 8,205.35 ล้านบาท
-แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนร่วมใช้จ่าย: 5,894.47 ล้านบาท
ยอดลงทะเบียนกลุ่มร้านค้า (รวม 997,573 ร้านค้า)
ร้านค้าเดิม: 866,459 ร้านค้า
ร้านค้าใหม่: 131,114 ร้านค้า
ร้านค้าที่มีการใช้จ่ายจริงแล้ว: 925,033 ร้านค้า
(อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 3,613 ร้านค้า และอยู่ระหว่างการยอมรับเงื่อนไข T&C อีก 112,817 ร้านค้า)
💡 ไฮไลต์สำคัญ:
รัฐบาลเตรียมเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิและขยายโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการในระบบดิจิทัล โดยจะเปิดให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิผ่านร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Food Delivery ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
“ตัวเลขการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่ามาตรการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง ทั้งในมิติการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน การเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย และการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าวสรุป
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา
#ไทยช่วยไทยพลัส #ไทยช่วยไทย6040 #กระตุ้นเศรษฐกิจ #ลดค่าครองชีพ #ข่าวเศรษฐกิจ #รัฐบาลอนุทิน #FoodDelivery #แจกเงิน #สิทธิประโยชน์