ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคลุมเครือของ กสทช. กำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ใน 3 มิติหลักๆ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นเรื่องระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ทั้งนี้จดหมายเปิดผนึก ชี้ให้เห็นผลกระทบ หาก กสทช.ยังนิ่งนอนใจ กล่าวคือ
1. ส่งผลกระทบนักลงทุน-อุตสาหกรรมสื่อไร้ทิศทาง การขาดโรดแมปที่ชัดเจนทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนการลงทุนยาวๆ ได้ ไม่กล้าพัฒนาเทคโนโลยีหรือจ้างงาน ท่ามกลางสมรภูมิที่ต้องแข่งกับแพลตฟอร์มข้ามชาติอยู่แล้ว
2. สถาบันการศึกษาไม่สามารถวางแผนพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับอนาคตได้ ทำลายความเชื่อมั่นของคนรุ่นใหม่ที่อยากเข้าสู่วิชาชีพสื่อและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
3. กระทบสิทธิ์ประชาชน เสี่ยงขาดข้อมูลยามวิกฤต ข้อมูลระบุชัดว่า ประชาชนในต่างจังหวัดยังคงพึ่งพา "ฟรีทีวี" เป็นหลักในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ หากนโยบายหลังปี 2572 ไม่ชัดเจน อาจส่งผลต่อคุณภาพและความต่อเนื่องในการรับรู้ข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์วิกฤตหรือภัยพิบัติ
ในช่วงท้ายของหนังสือ 8 องค์กรสื่อย้ำชัดว่า เจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการชี้นำว่า กสทช. ต้องเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการเห็น “ความชัดเจนเชิงนโยบายภายในกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม” โดยกรอบเวลาและแนวทางที่ กสทช. ต้องทำออกมานั้น จะต้องครอบคลุมทั้ง
1.โครงสร้างการอนุญาตประกอบกิจการในอนาคต
2.การให้บริการในทุกแพลตฟอร์มอย่างเป็นธรรม
3.การคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงบริการสื่อสาธารณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากคำนวณจากปัจจุบันจะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ปีก็จะถึงเส้นตายปี 2572 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ของทีวีดิจิทัลไทย การรวมตัวประทับตราสัญลักษณ์ของ 8 องค์กรวิชาชีพในครั้งนี้ ถือเป็น "สัญญาณเตือนภัยขั้นสุดท้าย" ส่งตรงถึงกสทช. ว่าหมดเวลาสำหรับความล่าช้าแล้ว เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปโดยไม่มีแผนแม่บท คือความเสี่ยงที่ระบบนิเวศสื่อไทยทั้งหมดอาจจะต้องพังทลายลง
ภาพจาก กรุงเทพธุรกิจ
#ทีวีดิจิทัล #กสทช #8องค์กรสื่อ #อนาคตสื่อไทย #ฟรีทีวี #กรุงเทพธุรกิจ