นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า วันนี้ พ.ร.ก.กู้เงิน ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีผลบังคับใช้เรียบร้อย ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมเดินหน้า
เมื่อถามว่า ในส่วนของเงิน 2 แสนล้านบาท ส่วนหลัง สามารถรอในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปกติได้หรือไม่ นายเอกนิติ ระบุว่า คิดว่า 2 แสนหลัง กับ 2 แสนแรก ต้องแยกกัน นี่คือวิกฤตเรื่องการเยียวยา วัตถุประสงค์ในวันนี้คือ 4 แสนล้านบาท ซึ่ง พ.ร.ก. ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการเยียวยา และนอกจากการเยียวยาจะต้องเปลี่ยนผ่านให้เกิดความเข้มแข็งได้ด้วย เปรียบเหมือน ยิงนกทีเดียวได้ถึงสองตัว ทั้งบรรเทาผลกระทบ และทำให้กลับมาแข็งแรงขึ้น เชื่อว่าเป็นประโยชน์
และวันนี้ชัดเจนว่า ประเทศไทย ทุกประเทศ บอกว่าประเทศไทย คนอื่นมีความเสี่ยงเรื่องวิกฤตพลังงานกว่าคนอื่น เพราะเราต้องนำเข้าพลังงานสูง เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่าน เพราะถ้าเราต้องพึ่งพาน้ำมันมากขนาดนี้ จะต้องนำเข้า แต่วิกฤตสงครามไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ มันกระแทกประชาชนอีกหลายระลอก ตนคิดว่าประชาชนจะเดือดร้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา ประกาศระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้
โดย สาระสำคัญ เพื่อให้การดำเนินโครงการภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ เป็นไปอย่างรัดกุม มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน โดยแบ่งประเภทแผนงาน/โครงการ (แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก)
- ในระเบียบมีการนิยามขอบเขตของโครงการไว้ชัดเจน คือ
กลุ่มที่ 1 เน้นการ "เยียวยาและช่วยเหลือ" ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตการณ์ด้านพลังงาน
กลุ่มที่ 2 เน้นการ "ปรับโครงสร้างและพัฒนา" เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิล ไปสู่เทคโนโลยีพลังงานทดแทน หรือพลังงานทางเลือก ทั้งในภาครัฐและเอกชน
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (ฉบับเต็ม)
https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/115046.pdf