"พาณิชย์" ลุยขจัดคอขวดโลจิสติกส์-ดันทุเรียนไทยถึงจีนใน 24 ชม.
25 เม.ย. 2569

"พาณิชย์" ลุยสำรวจ "ด่านหูหงิ-โหย่วอี้กวน" แก้คอขวดโลจิสติกส์-ดันทุเรียนไทยถึงจีนใน 24 ชม.รองรับผลผลิตปีนี้ - คาดทะลุ 2,000,000 ตัน-มั่นใจ! ผ่านฉลุยไร้ปัญหาสาร By2
Business
25 เม.ย. 2569

"พาณิชย์" ลุยสำรวจ "ด่านหูหงิ-โหย่วอี้กวน" แก้คอขวดโลจิสติกส์-ดันทุเรียนไทยถึงจีนใน 24 ชม.รองรับผลผลิตปีนี้ - คาดทะลุ 2,000,000 ตัน-มั่นใจ! ผ่านฉลุยไร้ปัญหาสาร By2
นางปิยนุช วุฒิสอน คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการขนส่งสินค้า ณ ด่านสากลหูหงิ จังหวัดหล่างเซิน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมกับนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ พร้อมสำรวจเส้นทางคมนาคมขนส่งของรถบรรทุกสินค้า ที่ขนส่งสินค้าจากไทยผ่านเวียดนามไปยังจีน รวมถึงจุดจอดพักรถ จุดดำเนินพิธีการศุลกากร และช่องทางในการผ่านแดนไปยังจีน ที่ด่านสากลหูหงิ รวมถึงหารือกับนาย วู๋ เวียต ฮ่าย รองหัวหน้าคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจชายแดนด่งดัง-หลางเซินผู้บริหารของด่าน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งผลไม้ไทยไปจีน ในช่วงฤดูกาลผลไม้ โดยด่านสากลหูหงิเชื่อมกับด่านโหย่วอี้กวนของจีน ซึ่งเป็นด่านสำคัญในการขนส่งสินค้าระหว่างเวียดนามกับจีน และการขนส่งสินค้าผ่านแดนของไทยไปจีน
โดยนางปิยนุช ยอมรับว่า ในห้วงที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องความแออัด ทำให้คุณภาพสินค้าอาจจะมีปัญหาได้ก่อนถึงปลายทาง แต่ขณะนี้พบว่ามีพัฒนาการที่สำคัญ เนื่องจากเมื่อปลายปี 2567 มีการปรับใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาติดตามแก้ปัญหาการผ่านด่านศุลกากร ได้ตั้งแต่ Viettel Logistics Park ทำให้สามารถเข้า green lens ไปยังด่านได้เลย จากเดิมที่ใช้เวลา 4-5 วัน ลดเหลือ ประมาณ 24 ชั่วโมง รวมถึงขยายเวลาเปิดด่านทั้งฝ่ายเวียดนามและจีน ซึ่งในอนาคตจะทีการเพิ่มเลนจาก 8 เป็น 14 เลน ภายในไตรมาศที่ 4 ของปีนี้
ขณะเดียวกัน การใช้ Data analysis เข้ามาติดตามแบบเรียลไทม์ เพื่อดูว่าตรงไหนมีปัญหาและเข้าไปแก้ไขได้ทันเวลาถือว่าช่วยได้อย่างมาก
ส่วนผลผลิตทุเรียนของไทย ที่จะผ่านเส้นทางนี้ พบว่าทีเกือบประมาณ 300 คัน ซึ่งเส้นทาง R12 ที่จะออกผ่านนครพนม ผ่านลาว และเข้ามาที่เวียดนาม ถือว่าได้รับการแก้ปัญหาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าจะมีคสามสะดวกจากโครงสร้างพื้นฐานจากด่านเวียดนามไปจีน
ด้านอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่า ผลผลิตทุเรียนของประเทศไทยจะออกมามากที่สุด โดยในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1.8-2 ล้านตัน โดยกรมการค้าระหว่างประเทศ มีการวางแผนว่าจะรองรับผลผลิตที่ออกมาจำนวนมาก ในการลงพื้นที่เมืองรองในประเทศจีน เช่น มลฑลเหอหนาน หรือ เมืองด้านตะวันตก เพื่อขยายตลาดให้มากขึ้น รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปสินค้าจากทุเรียนมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
ส่วนจำนวนที่คาดว่าจะส่งออกมาจีนนั้น ยืนยันว่า ต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยได้สั่งการให้ทุกสำนักงงานในกระทรวงพาณิชย์จะต้องส่งออกตามเป้าอย่างน้อย สำนักงานละ 1 แสน 5 หมื่นล้านตันให้ได้
ขณะที่ การเตรียมรับความเสี่ยง หลังจากปีที่แล้วมีปัญหาเรื่องสาร By2 นั้น ยืนยันว่า ทุกภาคส่วนตื่นตัวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะเกษตรกร และ กระทรวงเกษตร ต่างมั่นใจว่ามีทุเรียนมีคุณภาพ และได้มาตรฐาน ซึ่งเราต้องประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้ผู้บริโภคทีความมั่นใจ แต่ในปีนี้ทางการจีนยังเน้นเรื่องแคตเมียม ซึ่งเป็นปัญหาหลักของประเทศไทย จึงต้องระมัดระวังเรื่องนี้ โดยการส่งสินค้าไทยไปจีนทางการจีนมีการเปิดเส้นทางพิเศษและยังมีการจรวจรับรองแลปไทยด้วย จึงเชื่อได้ว่าจะไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ คณะยังได้มีโอกาสหารือกับนายหวง อ้ายตง ผู้ตรวจการระดับ 2 รัฐบาลประชาชนเมืองฉงจั่ว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน และนาย เกา ฮุย รองหัวหน้าด่านศุลกากรโหย่วอี้กวน โดยได้ขอบคุณที่ช่วยอำนวยความสะดวกช่วงฤดูผลไม้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งไทยส่งออกทุเรียนมากว่างซีจ้วง ปริมาณสูงถึง 80,900 ตัน และหวังว่า ปีนี้จะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น และได้ขอขอบคุณการเตรียมการของด่านโหยวอี้กวน ในปี 2569 ทั้งการขยายเวลาทำงาน และเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพิ่มช่องพิเศษสำหรับสินค้าเกษตรและผลไม้ (ในช่วงฤดูผลไม้ให้ Priority สินค้าผลไม้เป็นอันดับแรก) จำนวน 40 ช่องในพื้นที่ลานตรวจสอบและกักกัน การตรวจปล่อยแบบมีเงื่อนไข คือ สามารถให้รถขนส่งไปจอดรอผลตรวจ ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนอกด่าน เพื่อลดความหนานแน่นบริเวณด่าน การขยายช่องทางเดินรถเข้า-ออก ที่บริเวณเส้นศูนย์กิโลเมตร เป็นจำนวน 6 ช่องทาง (เข้า 3 ช่อง ออก 3 ช่อง) และขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างขยายเพิ่มช่องทางเดินรถ หากแล้วเสร็จจะมีช่องทางเดินรถ เข้า-ออกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 14 ช่องทาง (เข้า 7 ช่อง ออก 7 ช่อง) และการวางแผนช่วงหนาแน่น ผลักดันรถเวียดนามใช้ด่านผู่จ้าย (ด่านทวิภาคีระหว่างจีน-เวียดนาม)
ขณะเดียวกัน ได้ขอให้ช่วยเตรียมความพร้อมและสถานการณ์หน้าด่าน เพราะปริมาณรถขนส่งผลไม้จากไทยและเวียดนามบริเวณหน้าด่านโหย่วอี้กวนช่วงฤดูผลไม้จะมีจำนวนมาก ช่วงพีคของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 500 - 600 กว่าตู้ต่อวัน และการสุ่มตรวจที่ด่านปัจจุบันเป็นการสุ่มตรวจตามระบบ ซึ่งอาจส่งผลให้การสะสมของรถผลไม้บริเวณหน้าด่าน และพื้นที่จอดรอผลตรวจ รวมทั้งขอให้เร่งสร้างห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จ และการขยายพื้นที่จอดรถรอผลตรวจ เพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณรถเข้าด่านในช่วงฤดูผลไม้ และผลักดันความร่วมมือระหว่างศุลกากรจีนกับฝ่ายไทยในการลดการสุ่มตรวจตู้ผลไม้ไทยซ้ำซ้อนที่หน้าด่าน หากผลตรวจของห้องปฏิบัติการของไทยเป็นที่ยอมรับ และมีมาตรฐานถูกต้องตามระเบียบของศุลกากรจีนอีกด้วย
ข่าวล่าสุด