เนชั่นทีวี

Business

คลังเล็งออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน พยุงเศรษฐกิจ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

23 เม.ย. 2569

คลังเล็งออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน พยุงเศรษฐกิจ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

คลังเล็งออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ช่วยค่าครองชีพประชาชน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ย้ำไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะ ยันตรึง VAT 7% อีก 1 ปี ถึง ก.ย. 70

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติเศรษฐกิจจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจลากยาว ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อ และการเติบโตของจีดีพี โดยได้จัดเตรียมหน้าตักทางการเงินไว้หลายส่วน ประกอบด้วย งบกลางวงเงิน 25,000 ล้านบาท การจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะเห็นตัวเลขที่ชัดเจนหลังวันที่ 30 เม.ย.69 นี้ โดยเบื้องต้นประเมินไว้ที่ 80,000 ถึง 100,000 ล้านบาท รวมไปถึงการเตรียมทางเลือกในการดึงทุนสำรองเบิกจ่ายฉุกเฉินอีก 50,000 ล้านบาท มาใช้หากเกิดกรณีจำเป็นเร่งด่วน

นอกจากนี้ รัฐบาลจะพิจารณาความเหมาะสมในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ในช่วงเดือน เม.ย. ถึง ก.ย. นี้ ภายใต้กรอบวงเงินสูงสุดไม่เกิน 500,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะถูกแบ่งการใช้จ่ายออกเป็นสองส่วนหลักคือ การดูแลลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน และการนำไปใช้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งในด้านพลังงาน และภาคแรงงาน เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยยังสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย 

นายเอกนิติ ย้ำว่า การเตรียมความพร้อมเรื่องการกู้เงินไว้ล่วงหน้าถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และเหมาะสม เพราะหากไม่ดำเนินการกู้เงินแล้วปล่อยให้จีดีพีของประเทศหดตัว ย่อมจะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจรุนแรงกว่าอย่างแน่นอน
 

ขณะเดียวกัน แผนการบริหารจัดการหนี้สาธารณะยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลัง โดยจะไม่ปรับขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ตั้งไว้ 70% ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2569 เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีช่องว่างเหลืออยู่อีกเกือบ 800,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 500,000 ล้านบาทดังกล่าว 

ส่วนกรณีการค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวงเงิน 150,000 ล้านบาทนั้น กระทรวงการคลัง จะยังไม่อนุมัติการค้ำประกันในระยะนี้ เนื่องจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลงแล้ว

นอกจากนี้ ผลการประชุมร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจเพื่อจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่ประชุมมีมติยืนยันการตั้งงบรายจ่าย รายรับ และการขาดดุลไว้ในระดับเท่าเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่จะเพิ่มการตั้งงบชำระเงินคงคลังจำนวน 70,000 ล้านบาท ผูกไว้ในงบปี 2570 ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพคล่องจากกรณี พ.ร.บ.โอนงบปี 2569 

กระทรวงการคลังยังยืนยันจุดยืนที่จะไม่ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะตรึงไว้ที่ระดับ 7% ต่อไปอย่างน้อย 1 ปี จนถึงเดือน ก.ย. 2570 เพื่อประคับประคอง และให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน