ศึก BCP ประชุมผู้ถือหุ้น! วาระ 7 เกมอำนาจ…หรือ ปกป้ององค์กร ?
07 เม.ย. 2569

นับถอย 10 เม.ย. BCP ประชุมผู้ถือหุ้น "วาระที่ 7" อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างอำนาจภายในองค์กร และ "วิธีการ" ที่กำลังถูกใช้
Business
07 เม.ย. 2569

นับถอย 10 เม.ย. BCP ประชุมผู้ถือหุ้น "วาระที่ 7" อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างอำนาจภายในองค์กร และ "วิธีการ" ที่กำลังถูกใช้
นับถอยหลังสู่วันที่ 10 เมษายนนี้ การประชุมผู้ถือหุ้นของ BCP กำลังเผชิญจุดตัดสำคัญ เมื่อ “วาระที่ 7” ว่าด้วยการแก้ไขข้อบังคับบริษัท อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างอำนาจภายในองค์กร สาระของวาระดังกล่าว คือการเพิ่มเงื่อนไขคุณสมบัติกรรมการในลักษณะเข้มงวด ซึ่งหากผ่านมติ จะส่งผลให้กรรมการบางรายต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีโดยอัตโนมัติ แต่สิ่งที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากกว่า “เนื้อหา” ของวาระ คือ “วิธีการ” ที่กำลังถูกใช้
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ระบุว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ "บริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด หรือ ACE" ถือหุ้นสูงถึง 16.82% เป็น “ผู้มีส่วนได้เสียพิเศษ” และจึง “ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง” ในวาระนี้
คำถามคือ…การตีความเช่นนี้ สอดคล้องกับหลักกฎหมายหรือไม่?
ตาม พ.ร.บ. บริษัทมหาชนฯ มาตรา 102 และ 33 หลักสำคัญคือ “ผู้มีส่วนได้เสียพิเศษ” ต้องมีผลประโยชน์เฉพาะตัว มากกว่าผู้ถือหุ้นรายอื่น
แต่ในกรณีนี้ ACE อยู่ในฐานะ “ผู้ถือหุ้น” เช่นเดียวกับรายอื่น การแก้ไขข้อบังคับมีผลกระทบในภาพรวม ไม่ใช่ผลประโยชน์เฉพาะราย
นั่นทำให้การ “ตัดสิทธิ์โหวต” อาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นการตีความกฎหมายขยายเกินขอบเขต
อีกประเด็นสำคัญที่ต้องตั้งคำถาม คือ
• ยังไม่มีหน่วยงานใด ไม่ว่าจะเป็น ปปง. หรือ ก.ล.ต. ชี้ชัดว่ากรรมการหรือตัวแทนของผู้ถือหุ้นรายนี้ “มีความผิด”
• การอายัดทรัพย์หรือหุ้น เป็นเพียงมาตรการทางกระบวนการยังไม่ถึงที่สุดทางกฎหมาย
ภายใต้หลักกฎหมายพื้นฐาน
“บุคคลต้องถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด”
การตัดสิทธิ์ในฐานะผู้ถือหุ้นจึงอาจเป็นการ “ลงโทษล่วงหน้า” โดยที่ข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นสุด
BCP อาจอ้าง Corporate Governance (CG) เพื่อรักษามาตรฐานองค์กร
แต่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ
• หากยังไม่มีข้อยุติทางกฎหมาย
• หากยังไม่มีมติจากบอร์ดชัดเจนในอดีต
• หากผู้ถือหุ้นใหญ่ยังมีสถานะตามกฎหมายครบถ้วน
แล้วเหตุใด “ฝ่ายจัดการ” จึงเลือกใช้วิธี ตัดสิทธิ์การโหวต ในจังหวะสำคัญเช่นนี้?
นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่อง CG แต่เริ่มถูกตั้งคำถามว่าเป็น “การใช้กลไกกฎหมาย เพื่อจัดระเบียบอำนาจภายในหรือไม่”
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ “บอร์ด” ไม่เคยมีมติชัดเจนมาก่อนในการตัดสิทธิ์ผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่กลับปรากฏแนวทางดังกล่าวในหนังสือเชิญประชุม
ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่า
นี่คือกระบวนการที่โปร่งใสตามหลัก CG จริง
หรือ
เป็นการใช้จังหวะกฎหมาย เพื่อเปลี่ยนดุลอำนาจ
ศึกครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคุณสมบัติกรรมการเท่านั้น แต่เป็นการต่อสู้เพื่อกำหนดบรรทัดฐานใหม่ของบริษัทจดทะเบียนในไทย หากมีการตีความคำว่า "ผู้มีส่วนได้เสียพิเศษ" ที่ผิดเพี้ยนไปเพียงเพื่อหวังผลลัพธ์ในระยะสั้น
นั่นอาจส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงเจ้าหนี้สถาบันการเงิน และอาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งที่ขัดต่อพระราชบัญญัติมหาชนฯในอนาคต
และในการดำเนินการในครั้งนี้ อย่าให้บอร์ดที่ถูกสรรหามาอย่างสุจริต ถูกนำมาเป็นเครื่องมือในเกมอำนาจ
10 เมษายนนี้ คือวันตัดสินว่า BCP จะก้าวข้ามวิกฤตศรัทธาครั้งนี้ไปได้อย่างไร
ข่าวล่าสุด