พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงาน ที่ผ่านมากรมพลังงานทดแทนฯ ได้ขอความร่วมมือไปยังภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน ธุรกิจ รวมถึงประชาชนทั่วไปในการประหยัดพลังงาน
โดยกระทรวงพลังงานได้มีโครงการประหยัดพลังงานพลัส ยกกำลัง 2 ซึ่งที่ผ่านมา กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ มีมาตรการสำคัญคือขอความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มใช้พลังงานค่อนข้างสูง โดยมุ่งเน้นให้เกิดมาตรการอนุรักษ์พลังงานในภาคของการผลิต
อาจจะมีการกำหนดช่วงเวลาเปิด-ปิดเครื่องจักรที่จำเป็นต้องใช้พลังงานค่อนข้างสูง มีการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ประกอบการ รวมถึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการจัดทำแผนประหยัดพลังงานรอบ 1-3 เดือน โดยที่กรมพัฒนาพลังงานฯ จะติดตามผลการดำเนินการต่อเนื่อง
ส่วนมาตรการต่อไปที่ขอความร่วมมือไปยังภาครัฐ โดยมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 10 มีนาคม 2569 ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ มีเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลง 10% ผ่านมาตรการสำคัญ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศอยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียส ลดการใช้น้ำมันโดยไม่จำเป็น การเดินทางด้วยกัน ปิดไฟในจุดที่ไม่ได้ใช้ รวมถึงรูปแบบการทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮมมากขึ้น ส่วนการประชุมเน้นออนไลน์มากกว่าเดินทางไปประชุมในสถานที่ตั้ง เพื่อลดการใช้น้ำมันได้มากขึ้น
สำหรับภาคประชาชน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ มีมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในที่อยู่อาศัย ซึ่งใครประสงค์ที่จะติดตั้งสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ติดตั้งมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 2 แสนบาท และเรายังมีมาตรการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ที่สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายที่ใช้ไป โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571
นอกจากนี้ในปี 2569 มีการขยายผลมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพิ่มเติม โดยสนับสนุนการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานผ่านโครงการ Coldplay ส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงในสถานประกอบการ โดยภาคสนับสนุน 20% สำหรับโรงงานหรืออาคารควบคุม และ 30% สำหรับโรงงานหรืออาคารควบคุมที่อยู่นอกข่าย โดยวงเงินที่สามารถสนับสนุนได้สูงสุดอยู่ที่ 3 ล้านบาทต่อราย ซึ่งผลจากการประหยัดจากโครงการนี้ สามารถลดการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ
และยังมีโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการเกี่ยวกับเรื่องขนส่ง โดย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ โดยให้ผู้ประกอบการปรับปรุงอุปกรณ์และระบบการขนส่งลง 20-30% วงเงินสูงสุดที่สนับสนุนอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาทต่อสถานประกอบการ คาดว่าจะประหยัดพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
นอกจากนี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ ร่วมกับสถาบันการเงิน ปล่อยเงินกู้ที่ค่อนข้างเป็นธรรม ในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้กับสถานประกอบการ หากผู้ประกอบการหรือประชาชนมีข้อสอบถามถึงมาตรการนี้ทางกรมมีคลินิกอนุรักษ์พลังงานซึ่งสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 063-8269784 และ www.dede.go.th
เมื่อถามว่า ในโลกโซเชียลมีเดียมีการตั้งคำถามว่า สรุปแล้วผู้ประกอบการถูกตัดโควตาน้ำมัน หรือการขนส่งมีปัญหา ทำให้หน้าสถานีบริการน้ำมัน จ่ายน้ำมันไม่เพียงพอ
รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ กล่าวว่า เมื่อวานรัฐมนตรีพลังงานได้ชี้แจงไปแล้วว่าตอนนี้อาจเป็นเรื่องของความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำมัน ทำให้การขนส่งค่อนข้างมีปัญหา แต่ได้มีมาตรการต่างๆดำเนินการเช่น การจัดเที่ยวรถการขนส่งให้เพิ่มมากขึ้น และขอความร่วมมือผู้ประกอบการดูสต๊อกน้ำมันให้เหมาะสมกับผู้บริโภค ที่สำคัญมีบางมาตรการ ที่เดิมเคยจำกัดเที่ยวรถในการขนส่งน้ำมัน ตอนนี้ก็ต้องขอเว้นเรื่องนี้ไปก่อน เพื่อให้มีการขนส่งได้มากขึ้น รวมถึงรถบางคันที่เดิมอาจจะมีการใช้งานมากกว่ามาตรฐานปกติ ตอนนี้ขอเว้นเรื่องนี้เพื่อให้ขนส่งได้มากขึ้น