ธ.ก.ส. ชู 'Smart Chapa' อุดเงินรั่ว สกัดโกง 'ฌาปนกิจสงเคราะห์'
05 มี.ค. 2569
ธ.ก.ส. ชู 'Smart Chapa' ยกระดับความโปร่งใสฌาปนกิจ อุดเงินรั่ว สกัดโกง เช็กยอดเงินสะสมสมาคมฯ ชื่อคนตาย เช็กเงินได้หลังเสียชีวิต
Business
05 มี.ค. 2569
ธ.ก.ส. ชู 'Smart Chapa' ยกระดับความโปร่งใสฌาปนกิจ อุดเงินรั่ว สกัดโกง เช็กยอดเงินสะสมสมาคมฯ ชื่อคนตาย เช็กเงินได้หลังเสียชีวิต
นางสาวพรหมกร พรหมขัดแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงกรณี สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส. เป็นห่วงฐานะของกองทุนฯ ว่า สถานะทางกฎหมายสมาคมฯ เป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ. ฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 มีระเบียบและกรรมการบริหารของตนเองแยกเป็นเอกเทศในแต่ละพื้นที่ โดยจะตั้งฌาปนกิจสงเคราะห์ ตามพื้นที่สาขา ธ.ก.ส. มีบทบาท ทำหน้าที่เป็นเพียง “ที่ปรึกษา" โดยมอบหมายให้ ผู้จัดการสาขาหรือผู้อำนวยการจังหวัด เข้าไปช่วยสอดส่องดูแลและช่วยปิดบัญชีประจำปี แต่ไม่มีอำนาจสั่งการหรือบังคับสมาคมฯ โดยตรงในการบริหารเงินกองทุนสมาคมฯ จะหักเงิน 3-5% มาเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน จึงมีเงินกองทุนบริหารตามขนาดสมาชิกเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานและบริหารจัดการนิติบุคคล
ขณะนี้ ธ.ก.ส. ได้ช่วยเข้าไปการตรวจสอบ โดยจัดแบ่งฐานะตามความเสี่ยงฌาปนกิจสงเคราะห์ ออกเป็นเขียว-เหลือง-แดง ได้วิเคราะห์สถานะสมาคมฯ ในความดูแล 517 แห่ง (จากทั้งหมดประมาณ 3,800 แห่งทั่วประเทศ) โดยแบ่งเป็นกลุ่มสีดังนี้ กลุ่มสีแดง เป็นกลุ่มมีความเสี่ยงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดประมาณ 50 แห่ง นับว่ามีสัญญาณอันตราย เช่น อัตราการเพิ่มของสมาชิกต่ำ รายรับน้อยกว่ารายจ่าย หรือมีแนวโน้มทุจริตภายใน กลุ่มสีเหลือง ประมาณ 70 แห่ง) สถานะกองทุงปานกลาง สามารถปรับปรุงให้เป็นสีเขียวได้หากปฏิบัติตามคำแนะนำ ขณะนี้ผู้บริหาร ธ.ก.ส. ในพื้นที่ต้องเข้าไปให้คำแนะนำ เพื่อปรับแนวทางการดูแสมาชิก ส่วนกลุ่มสีเขียว เป็นสมาคมที่มีความเข้มแข็งและโปร่งใส
ยอมรับว่า ในประเด็นการทุจริต ของกลุ่มผู้บริหารที่เป็นชาวบ้านบางพื้นที่ มักเกิดจากเจ้าหน้าที่สมาคมเก็บเงินแล้วไม่นำเข้าบัญชี ธ.ก.ส. พยายามแก้ปัญหาด้วยการผลักดันให้ใช้ระบบไอทีเพื่อจูงใจโดยพัฒนาแอปพลิเคชั่น “Smart Chapa” หรือ สมาร์ท ชาปา ซึ่งใช้เงินลงทุนหลายสิบล้านบาทพัฒนาระบบเพื่อใช้สร้างความโปร่งใส เปิดให้สมาชิกตรวจสอบได้ สามารถดูพอร์ตตัวเองผ่านแอปพลิเคชั่นได้ว่า สมาชิกเสียชีวิตแล้วกี่ราย สมาคมมีเงินสะสมเหลือเท่าไหร่ และตนเองจะได้รับเงินเท่าไหร่หากเสียชีวิต
“สมาชิกสามารถตรวจสอบผ่านระบบได้ง่ายดาย และมีความรวดเร็ว จึงมีความโปร่งใสเงินทุกบาททุกสตางค์เข้า-ออกจะถูกบันทึกในระบบและออกใบเสร็จอัตโนมัติเพื่อป้องกันการทุจริต จึงอยากให้ทุก สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ นำระบบสมาร์ท ชาปา มาใช้ดูแลระบบบัญชี”
สำหรับการจ่ายเงินสงเคราะห์ หากสมาชิกเสียชีวิต แบ่งจ่ายออกเป็น 3 งวด 1.งวดแรก (ภายใน 3 วันหลังแจ้ง) สัดส่วนเงินประมาณ 20-30% เช่นบางแห่งจ่ายเงิน 5 หมื่นบาท เพื่อใช้จัดงานศพเบื้องต้น 2. งวดที่สอง (ใช้เวลาประมาณ 30 วัน) เพื่อจ่ายส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ที่เก็บเงินจากสมาชิกได้แล้ว 3. งวดที่สามจ่ายส่วนที่ค้างจากสมาชิกที่ยังจ่ายเงินล่าช้า (หากเก็บได้ครบจะทยอยจ่ายให้จนครบถ้วน) ยอมรับว่า ปัจจุบันลูกหลานอาจไม่เข้าใจระบบ มองว่าเป็นเงินออมและอยากได้คืน หรือไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจ่ายเงินต่อไปเรื่อย โดยความจริงมันคือการ "ช่วยทำบุญ" และ "ซื้อความคุ้มครอง" ให้กับสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ เงินสมทบทุกปี ที่จ่ายไปไม่ใช่เงินเสียเปล่า แต่มันคือความคุ้มครอง เมื่อสมาชิกเสียชีวิต สมาชิกจะได้รับเงินก้อนแน่นอนตามจำนวนสมาชิกที่จ่ายสมทบ
ขณะที่ปัจจุบันสมาชิกส่วนใหญ่อายุ 50-70 ปี ซึ่งไม่สามารถทำประกันชีวิตทั่วไปได้แล้ว สมาคมฌาปนกิจจึงเป็นที่พึ่งเดียวที่เหลืออยู่ หากมีกรณีการยุบสมาคมฯ สมาคมใดอ่อนแอ (เช่น ฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้ฝากเงิน จ.ศรีสะเกษ) ธ.ก.ส. ได้แนะนำให้ย้ายไปรวมกับสมาคมที่เข้มแข็งกว่า เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก ธ.ก.ส. ในฐานะพี่เลี้ยง จึงต้องเข้าไปช่วยดูแล แม้ไม่สามารถเข้าไปเเกี่ยวข้องได้เต็มที่
“สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส. ก่อตั้งมานานกว่า 50 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและสร้างสวัสดิการให้แก่เกษตรกรในยุคที่ประกันชีวิตยังไม่แพร่หลาย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในการแบ่งเบาภาระค่าจัดการศพและช่วยปลดเปลื้องหนี้สินไม่ให้ตกเป็นภาระแก่ลูกหลาน จึงเกิดแนวคิดการ "ลงขัน" เพื่อช่วยเหลือกันในกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นระดับอำเภอ เพื่อถัวเฉลี่ยค่าใช้จ่ายให้เหลือเพียงคนละเล็กน้อย”
นางอวรรณ สอนสั่ง เกษตรกรอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสมาชิกสมาคมชาปนกิจสงเคราะห์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปิดตัวลงของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในขณะนี้ ว่า ยังคงเชื่อมั่นสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ ธ.ก.ส. แม้สมาคมฯ ในบางพื้นที่จะปิดตัวลงหรือยกเลิกการจ่ายเงินสวัสดิการหลังเสียชีวิต แต่ยังเชื่อมั่นในสมาคมฯ ภายใต้การกำกับดูแลของ ธ.ก.ส. เพราะมองว่าช่วยแบ่งเบาภาระเมื่อคนในครอบครัว (ปู่ ย่า พ่อ แม่) เสียชีวิต โดยเงินที่ได้จะนำมาใช้จัดงานศพ และหากผู้เสียชีวิตเป็นหนี้ ธกส. เงินส่วนนี้จะถูกนำไปหักชำระหนี้ก่อน ส่วนที่เหลือจึงเป็นของทายาท โดยสมาชิกจ่ายเงินสมทบเฉลี่ยคนละประมาณ 3,500 บาทต่อปี เมื่อเสียชีวิตจะได้เงินคืนประมาณ 200,000 กว่าบาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในแต่ละสมาคม ซึ่งจะรับต่างกันตั้งแต่วงเงิน 100,000 -300,000 บาท)
นางอวรรณ กล่าวว่า ส่วนระยะเวลาในการได้รับเงินคืนนั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการแจ้งเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. หลังเสียชีวิต หากแจ้งเร็วจะได้รับเงินเร็ว (ภายใน 3 วัน) โดยมีระบบจ่ายเงินสำรองล่วงหน้า 50,000 บาท เพื่อให้นำไปจัดงานศพก่อน ส่วนที่เหลือจะโอนตามมาทีหลัง อย่างไรก็ดี แม้จะมีข่าวปัญหาเงินฌาปนกิจในบางพื้นที่ แต่สมาชิกที่นี่ยังเชื่อมั่นในระบบบริหารจัดการของ ธกส. เพราะยังไม่เคยเจอปัญหา และมองว่าดีกว่าไม่มีหลักประกัน
