'เอกนิติ' ยันความพร้อมไทย เจ้าภาพการประชุม IMF - World Bank 2026
05 มี.ค. 2569
'เอกนิติ' ยืนยันความพร้อมประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการประชุม IMF - World Bank Group Annual Meetings 2026 สะท้อนศักยภาพไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก
Business
05 มี.ค. 2569
'เอกนิติ' ยืนยันความพร้อมประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการประชุม IMF - World Bank Group Annual Meetings 2026 สะท้อนศักยภาพไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้หารือร่วมกันในประเด็นการเตรียมการด้านต่าง ๆ ที่ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยตามแผนงานที่กำหนดไว้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความพึงพอใจต่อความก้าวหน้าในการเตรียมงาน และชื่นชมความทันสมัยของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตลอดจนศักยภาพของกรุงเทพมหานครในฐานะศูนย์กลางการจัดประชุมนานาชาติชั้นนำของภูมิภาค โดยความร่วมมืออันดีระหว่าง IMF และหน่วยงานของไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การประชุมประจำปี 2569 ประสบความสำเร็จ และสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมาย ทั้งนี้ การประชุมในปี 2569 ถือเป็นครั้งที่สองที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว ต่อจากปี 2534 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เช่นกัน
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพอีกครั้ง นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศ การจัดการประชุมประจำปีฯ ได้วนกลับมาจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่เดิมที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมประจำปีฯ เมื่อปี 2534 สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 35 ปีที่ผ่านมา ตลอดจนความเชื่อมั่นที่ได้รับในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นเพียงหนึ่งในสามประเทศที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีฯ ที่เปรียบเสมือน “โอลิมปิกทางการเงินการคลัง” มากกว่าหนึ่งครั้ง แสดงถึงศักยภาพและความพร้อมของไทยในการจัดงานระดับโลก
หนึ่งในโอกาสสำคัญของไทยในฐานะเจ้าภาพ คือ การถ่ายทอดประสบการณ์และวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการก้าวสู่ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย โดยต่อยอดบทเรียนจากการพัฒนากว่า 35 ปีที่ผ่านมา และเน้นย้ำความสำคัญของ “คน” ในฐานะที่เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนความจำเป็นในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะมีผลอย่างมากต่ออนาคตของประเทศไทย แนวคิดการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวสามารถเป็นแบบอย่างในภูมิภาคเพื่อนำไปใช้ได้ในอนาคต
นายวิทัย รัตนากร กล่าวว่า การประชุมประจำปีฯ ครั้งนี้ จัดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายหลายด้าน ซึ่งต้องอาศัยการมองภาพระยะยาว การใช้นวัตกรรมอย่างเหมาะสม และความร่วมมือของนานาประเทศ “การประชุมฯ ครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญที่ประเทศสมาชิกทั่วโลกจะได้แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันหาแนวปฏิบัติและการทำนโยบายสู่การเติบโตที่ยั่งยืน เข้มแข็ง และทั่วถึง” โดยธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าการประชุมประจำปีฯ เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความเข้มแข็งทางการเงินผ่านการสร้างเศรษฐกิจการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย และทั่วถึง (Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing) ผ่านการจัดทำต้นแบบเชิงปฏิบัติ(Blueprint) ที่ประเทศต่าง ๆ จะนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง
นางคริสตาลินา กอร์เกียวา ได้ชื่นชมต่อความร่วมมืออันเข้มแข็งของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย คณะทำงานทุกท่าน และประชาชนชาวไทย สำหรับความเป็นมืออาชีพ ความทุ่มเทและการต้อนรับอย่างอบอุ่น เป็นการแสดงถึงความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีฯ ในเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างทางการไทย IMF และธนาคารโลก นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของเอเชียในระบบเศรษฐกิจโลกว่า “เอเชียยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ด้วยพลังแห่งพลวัต ความยืดหยุ่น และการบูรณาการในระดับภูมิภาค ซึ่งไม่มีสถานที่ใดเหมาะสมไปกว่าประเทศไทยสำหรับการจัดการประชุมประจำปีฯ” การประชุมพบปะกันในเอเชียครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่งในการต่อยอดความสำเร็จของภูมิภาค และจะเป็นจุดเชื่อมประชาคมโลกเพื่อสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่มีความเข้มแข็งและยืดหยุ่นผ่านความร่วมมือและแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง
