svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

บีโอไอ ถก ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย

05 มี.ค. 2569

บีโอไอจับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับฟังข้อเสนอภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนากลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย เน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ การผลักดันมาตรการ Made in Thailand (MiT) เพื่อเพิ่มสัดส่วน Local Content ในโครงการลงทุน การส่งเสริมกลไกร่วมทุนและจับคู่ธุรกิจ และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู้ศึกเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะสงครามและโลกการค้ายุคใหม่

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ได้นำคณะผู้บริหารบีโอไอเข้าพบและหารือกับนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคอุตสาหกรรม และรับฟังปัญหาในภาคปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำข้อเสนอไปพัฒนาเป็นมาตรการที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไทยได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวรับมือกับภาวะสงครามตะวันออกกลางและโลกการค้ายุคใหม่

นายนฤตม์ กล่าวว่า ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานกำลังเผชิญการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่จากภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมไทยควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนใหม่ โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ และเชื่อมโยงนักลงทุนต่างชาติกับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต พัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยี และเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ได้อย่างมั่นคง โดยทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องแนวทางความร่วมมือ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

บีโอไอ ถก ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย บีโอไอ ถก ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย
 

1.     ผลักดันกลไก “Made in Thailand และเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content)”  โดยเฉพาะวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการจากผู้ประกอบการไทย โดยบีโอไอจะพิจารณาใช้เครื่องมือสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อจูงใจให้เกิดการใช้ Local Content มากขึ้น ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเสริมสร้างความเข้มแข็งของซัพพลายเชนภายในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาบีโอไอได้ออกมาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว และอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับ ส.อ.ท. เพื่อพัฒนากลไกสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านหลักเกณฑ์ กระบวนการ และการเชื่อมโยงผู้ผลิตในประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมไทย

2.     ผลักดันกลไก “การร่วมทุนและจับคู่ธุรกิจไทย-ต่างชาติ” เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือระหว่างนักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการไทย ผ่านรูปแบบการร่วมทุนและการจับคธุรกิจ อันจะนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่การเป็น Local Champion ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

3.     ยกระดับ “ผู้ประกอบการไทย” ให้สามารถแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เช่น ระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล AI หรือเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการเงินจากบีโอไอ ควบคู่กับการสนับสนุนสินเชื่อพิเศษจากธนาคารที่เป็นพันธมิตร อีกทั้งจะเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงมาตรการนี้ ผ่าน ส.อ.ท. ทั่วประเทศด้วย
 

บีโอไอ ถก ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย บีโอไอ ถก ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย

นายนฤตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “บีโอไอพร้อมเดินหน้ารับฟังข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด และเร่งออกแบบกลไกสนับสนุนที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจในภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยและ SMEs ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานของประเทศ ทั้งนี้ บีโอไอมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนใหม่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมไทย เพื่อให้การลงทุนสร้างประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง”

ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า “ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับความชัดเจน ความต่อเนื่องและความรวดเร็วของมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะแนวทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้ Local Content และเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือในรูปแบบการร่วมทุนระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับผู้ประกอบการไทย เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของภาคการผลิตไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ในสถานการณ์ที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังปรับโครงสร้างอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับสากลได้อย่างมั่นคง การสร้างระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จะช่วยให้ประเทศไทยไม่เพียงเป็นฐานการผลิต แต่เป็นฐานการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในระยะยาว ส.อ.ท. พร้อมทำงานร่วมกับบีโอไออย่างใกล้ชิด เพื่อสะท้อนข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมในภาคปฏิบัติ และผลักดันกลไกสนับสนุนที่ช่วยยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและ SMEs ให้สามารถแข่งขันได้”

การหารือระหว่างบีโอไอและ ส.อ.ท. ครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือเชิงรุกระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ในการร่วมกันพัฒนาเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ และยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว