เนื่องด้วยเป็นทางผ่านหลักที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน หากถูกปิดนาน จะกระทบเศรษฐกิจญี่ปุ่นทันที เพราะญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจำนวนมากจากตะวันออกกลาง โดยญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 90% จากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะจากซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
น้ำมันส่วนใหญ่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และใช้เวลาประมาณ 20–25 วันกว่าจะถึงญี่ปุ่น
โดยปกติแล้ว Mitsui O.S.K. Lines มีเรือบรรทุก LNG และเรือน้ำมันดิบประมาณ 10 ลำอยู่ในอ่าวเปอร์เซียตลอดเวลา แต่ตอนนี้เรือที่กำลังจะเข้าอ่าว ถูกสั่งไม่ให้เข้า และเรือที่กำลังจะออก ถูกสั่งให้จอดรอในน่านน้ำปลอดภัย
บริษัทระบุว่า ขณะนี้เพิ่มการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ความปลอดภัยของลูกเรือ และสินค้าเป็นอันดับแรก
ในขณะนี้ มีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 150 ลำ ทั้งเรือน้ำมันดิบ และ LNG จอดทอดสมออยู่นอกช่องแคบ และอีกหลายสิบลำหยุดนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของช่องแคบ
อย่างไรก็ตาม บริษัทกลั่นน้ำมัน Idemitsu Kosan ระบุว่า “ยังไม่มีผลกระทบทันที” เพราะมีทั้งสต๊อกในประเทศ และคลังสำรองของรัฐ ซึ่ง ณ สิ้นเดือนธันวาคม ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองเทียบเท่าการใช้ในประเทศได้ 146 วัน แต่หากเกิดอากาศหนาวจัดจนความต้องการไฟฟ้า และก๊าซเพิ่มขึ้น อาจทำให้สถานการณ์ตึงตัวได้
บริษัทผลิตไฟฟ้า JERA ระบุว่า ความขัดแย้งอาจกระทบ “ราคาทรัพยากรพลังงาน” และกำลังติดตามใกล้ชิด
ขณะที่ฝั่งยุโรป อาจกระทบหนักกว่า หลังรัสเซียบุกยูเครน ยุโรปลดการพึ่งพาก๊าซจากรัสเซียลงจาก 45% เหลือราว 15% และหันไปทำสัญญาซื้อ LNG ระยะยาวจากกาตาร์แทน
หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดยาว อาจทำให้ยุโรปต้องทบทวนนโยบายความมั่นคงด้านพลังงานใหม่ทั้งหมด
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
อ้างอิง: nikkei , EIA , UNCTAD