• สร้างการเติบโตของแบรนด์เรือธง โดยตั้งเป้าขยายสาขาจากแบรนด์ภายในเครือฯ เพิ่มกว่า 20 ร้าน รวมเป็นจำนวนกว่า 73 ร้าน ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อการสร้างการเติบโต และขยายกลุ่มเป้าหมายผู้โภค ให้เข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือรวมทั้งหมดจำนวน 54 ร้าน จาก 8 แบรนด์ ได้แก่
- MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม จำนวน 20 ร้าน รวม MAGURO Kappou ร้านอาหารญี่ปุ่นประสบการณ์ใหม่คอนเซ็ปคับโปะ
- HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ จำนวน 16 ร้าน รวมร้าน HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม ในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course
- SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม จำนวน 6 ร้าน
- Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 7 ร้าน
- CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก จำนวน 2 ร้าน
- Bincho ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม จำนวน 1 ร้าน
- KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กต้นตำรับจากญี่ปุ่น จำนวน 2 ร้าน
- Chopman (ช็อปแมน) แบรนด์ข้าวมันไก่คราฟต์ ที่ให้บริการในรูปแบบเฉพาะผ่านเดลิเวอรี บนแพลตฟอร์ม GRAB และ LINEMAN โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน มกราคม 2569 ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
● สร้างการเติบโตของยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ใช้กลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการเติบโต ผ่านการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างหลากหลายมากขึ้น เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเมนูใหม่ๆ ตามฤดูกาล การเปิดตัวแคมเปญโปรโมชันพิเศษที่จะหมุนเวียนตลอดทั้งปี รวมถึงการเพิ่มการเข้าใช้บริการของลูกค้าสมาชิกกว่า 300,000 ผู้ใช้งาน (user) ผ่านสิทธิพิเศษมากมายตลอดทั้งปี ด้วย “Give More + Club” ระบบสมาชิกแบบไร้รอยต่อ ให้ลูกค้าระบบสมาชิกสามารถใช้ได้กับทุกแบรนด์ร้านอาหารภายใน เครือ MAGURO Group เพื่อมอบหลากหลายสิทธิประโยชน์แบบพิเศษมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการ กลับมาใช้บริการซ้ำ และจูงใจให้อยากใช้บริการแบรนด์อื่นๆ ภายในเครือฯ อีกด้วย
ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในปี 2569 งวด 9 เดือนแรก MAGURO มีรายได้รวม 1,389 ล้านบาท เติบโต 42% และมีกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท เติบโต 65% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน