ด้านการบริหารแบรนด์ บางจากจะยังคงใช้แบรนด์ Chevron ต่อไป และจะค่อยๆ ปรับแบรนด์ในช่วง 2 ปี และดูตลาดใน 5 ปี ภายใต้สัญลักษณ์ “License by Bangchak” เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและสร้างการรับรู้แบรนด์บางจากในระดับสากลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบเปลี่ยนผ่านจนกระทบความเชื่อมั่นตลาด ก่อนประเมินการเปลี่ยนแบรนด์อีกครั้ง
"ขณะนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบกิจการ และคาดว่ากระบวนการเข้าซื้อจะแล้วเสร็จไตรมาส3 ปีนี้ และหลังจากนั้นบริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น บางจากฮ่องกง นี่เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ สกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ (Pegged) ลดความผันผวนด้านอัตราแลกเปลี่ยน เราประเมินว่าจะคืนทุนได้ภายใน 6-7 ปี การรุกเข้าสู่ธุรกิจการค้าน้ำมันโดยมีฐานในฮ่องกงเป็นตัวเสริมความแข็งแกร่งนั้น จะช่วยให้ขยายโครงข่ายการค้าให้เติบโตอย่างมั่นคง และช่วยให้เกิดการแสวงหาโอกาสในธุรกิจต้นน้ำ หรือการสำรวจและผลิตใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่คาดว่าจะลงทุนชัดเจนเร็วๆ นี้”
ทั้งนี้ หลังการควบรวมโรงกลั่นบางจากกับโรงกลั่นศรีราชา (เอสโซ่เดิม) ทำให้กลุ่มบางจากมีกำลังการกลั่นรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน สูงที่สุดในประเทศ และสามารถสร้าง Synergy ได้แล้วกว่า 7,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การผสานพลังดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน เสริมความสามารถแข่งขัน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์ รองรับทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ในระยะยาว กลุ่มบางจากตั้งเป้าภายในปี 2573 จะก้าวสู่การเป็นบริษัทระดับล้านล้านบาท โดยตั้งเป้ารายได้ 1 ล้านล้านบาท และ EBITDA 1 แสนล้านบาท เป้าหมายดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานการขยายธุรกิจทั้งพลังงานดั้งเดิม พลังงานสะอาด ธุรกิจค้าปลีก และการลงทุนต่างประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร อย่างไรก็ตาม จากการตั้งเป้าหมายมีรายได้เติบโตขึ้นอีก 1 เท่าตัวภายในปี 2573 โดยเน้นปรับโครงสร้างองค์กรให้ครอบคลุมธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ
นอกจากนี้ให้ความสำคัญกับธุรกิจต้นน้ำและการเทรดดิ้ง ในต่างประเทศเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนกำไรตัวใหม่ในอนาคต แม้จะเผชิญความผันผวนของราคาน้ำมันโลก โดยมีเป้าหมายรักษาอันดับความน่าเชื่อถือ หรือ เครดิตเรตติ้งไว้ที่ระดับ A+
บางจากให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ESG) และ “คน” เป็นหัวใจหลักของการเติบโต บริษัทภูมิใจที่ติดอันดับ 1 ใน 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด โดยองค์กรมี Purpose ชัดเจน และมี “DNA สีเขียว” ที่มุ่งดูแลโลก ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจ การเติบโตต้องไม่ทิ้งโลกและสังคม เราเชื่อว่าความยั่งยืนคือความสามารถในการแข่งขันระยะยาว