นายคีรี กล่าวว่า ตนใช้เวลาคิดหลายเดือน ลงรายละเอียดตั้งแต่การเลือกใช้ที่ดินของบริษัทฯออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย คัดเลือกเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงการเลือกวัสดุก่อสร้างด้วยตัวเอง พร้อมเจรจาต่อรองต้นทุนด้วยความตั้งใจ เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม และส่งต่อประโยชน์ไปถึงผู้ซื้อโดยตรง เมื่อทุกองค์ประกอบถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกัน จึงมั่นใจว่าโครงการนี้สามารถทำได้จริง และจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะคนที่อยากมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่ยังขาดโอกาส ในมุมมองของเรา แนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยในลักษณะนี้ จำเป็นต้องอาศัยทั้งความกล้า และความพร้อมในการลงทุนอย่างจริงจัง
“หัวใจสำคัญของโครงการ “บ้านชาวไทย” คือการทำให้คนสามารถผ่อนบ้านได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับค่าเช่า แต่ได้ครอบครองทรัพย์สินเป็นของตนเอง ผ่านการทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อเปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของบ้าน ให้กับคนรุ่นใหม่ และผู้มีรายได้จำกัด แม้การลงทุนต้องมีกำไรเป็นเรื่องปกติ แต่โครงการนี้เราต้องการให้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ใกล้ระบบขนส่งมวลชน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยภูมิใจว่าเป็นนี่เป็นบ้านของตัวเองอย่างแท้จริง” นายคีรี กล่าว
“บ้านชาวไทย” ไม่ใช่เพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่คือความตั้งใจที่จะตอบแทนสังคม และเปิดโอกาสให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยอย่างเท่าเทียม ขอขอบคุณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กลุ่มบริษัทบีทีเอส สื่อมวลชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันสนับสนุนคุณภาพชีวิต เพื่อการอยู่อาศัย และผลักดันโครงการ “บ้านชาวไทย” ให้เกิดขึ้นในวันนี้
ด้าน ดร.มหัทธนะ กล่าวว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมเดินหน้าตามนโยบายของกระทรวงการคลัง ในการเปิดโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองผ่านการสนับสนุนสินเชื่อที่หลากหลายในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และมีระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ทำให้เชื่อว่าประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ “บ้านชาวไทย” จะได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
พร้อมกันนี้ ธอส. ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่สินเชื่อคอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์จะซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการ และต้องการขอสินเชื่อกับธนาคาร เตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อและเพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง ธอส. พร้อมผลักดันโครงการนี้ให้บรรลุเป้าหมาย ส่งมอบที่อยู่อาศัย ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยได้มากขึ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 และติดตามข่าวสาร ของธนาคารได้ที่ G H Bank Social Media ทุกช่องทาง
ขณะที่ รศ.ดร.เอกพงษ์ กล่าวว่า โครงการ D:CODE SRI NAKARIN และ “D:CRAFT KHLONG LUANG” ภายใต้แนวคิดโครงการ “บ้านชาวไทย” เป็นการสร้างการอยู่อาศัยที่ใช้งานง่าย อยู่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของสำหรับชาวไทย สร้างคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่ ผ่านการผสมผสานพื้นที่หลากหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้การใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อน สามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่เดียวอย่างลงตัว
โดยตั้งใจออกแบบโครงการนี้ด้วยหัวใจ ถ่ายทอดศิลปะ และความตั้งใจลงในทุกขั้นตอนตั้งแต่ภาพรวมของอาคาร ไปจนถึงรายละเอียดของพื้นที่ใช้สอย ลวดลายเส้นโค้งมนที่พลิ้วไหวดุจเกลียวคลื่น อันเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาและสายน้ำ ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อม ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง มอบความอยู่สบายที่มากกว่าการอยู่อาศัย และเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสคุณค่าของการใช้ชีวิตในทุกมิติอย่างแท้จริง
ส่วน นายรังสิน กล่าวว่า โครงการบ้านชาวไทย เป็นโปรเจกต์ใหม่ของกลุ่มบริษัทบีทีเอส ที่จะดำเนินการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อชาวไทยทุกคน มีแผนดำเนินโครงการฯ ก่อสร้างในทำเลที่มีศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล นำร่อง 2 พื้นที่ ได้แก่ ถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมถึงในอนาคตมีแผนที่จะขยายโครงการฯ ไปอีกในหลายๆ พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ที่สนใจ
สำหรับโครงการนำร่องแห่งแรก คือ “โครงการD:CODE SRI NAKARIN” เป็นคอนโดมิเนียม (Low Rise) ความสูงประมาณ 8 ชั้น จำนวนอาคารประมาณไม่เกิน 24 อาคาร และมีห้องชุดพักอาศัยรวมทุกอาคารประมาณไม่เกิน 4,150 ยูนิต ห้องชุดพักอาศัยแบ่งออกเป็น 3 Type ได้แก่ 30 ตร.ม. , 45 ตร.ม. และ 60 ตร.ม. บนพื้นที่ประมาณ 42 ไร่ ทั้งนี้ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) สถานีศรีเอี่ยม (YL17) เพียง 300 เมตร
โดยโครงการฯ มาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมเงื่อนไขพิเศษ โดยผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องชำระเงินก้อนแรกสำหรับการวางเงินดาวน์ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และลดภาระในการเริ่มต้นเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ จำนวนอาคาร จำนวนชั้น และจำนวนห้องชุด อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้ลงทะเบียน แสดงความสนใจ การได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อการก่อสร้าง รวมถึงการได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นายรังสิน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโครงการ “D:CODE SRI NAKARIN” อยู่ระหว่างการขอรับใบอนุญาตและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และการพิจารณาให้ความเห็นชอบการประเมินผลกระทบและมาตรการแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยก่อสร้างได้ประมาณเดือนกันยายน 2569 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ ปลายเดือนธันวาคม 2571 ก่อนที่จะดำเนินการจดทะเบียนเป็นอาคารชุดตามกฎหมายต่อไป ส่วนโครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG จะเป็นโครงการในอนาคตในพื้นที่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หากมีความคืบหน้า ทางกลุ่มบริษัทแจ้งรายละเอียดให้ทราบในโอกาสต่อไป
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียด และลงทะเบียนแสดงความสนใจโครงการและยื่น Pre – Approve เบื้องต้นกับ ธอส. ผ่านทางเว็บไซต์ www.bann-chaothai.com ทั้งนี้ สามารถเยี่ยมชมห้องตัวอย่าง (Sale Gallery) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. จนถึงเวลา 20.00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดราชการ
สามารถลงทะเบียนแสดงความสนใจได้ผ่านเว็บไซต์ www.bann-chaothai.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center : 093 – 228 –3333, Email : [email protected] และ LINE OA : @bannchaothai หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ผ่านโซเชียลมีเดีย “บ้านชาวไทย” ได้ทุกช่องทาง