• รุก TFEX เสริมกลยุทธ์ลงทุน: ส่งเสริมการใช้ TFEX เสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง สร้างกลยุทธ์การลงทุน พร้อมเพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ๆ ขยายโอกาสการลงทุน เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น (Short-dated products) Crypto-based product เป็นต้น ตลอดจนเพิ่มสภาพคล่องทางการซื้อขายผ่านการทำงานของ Market Maker และ Professional Trader พร้อมร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศขยายฐานผู้ลงทุนในวงกว้าง
2) ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders)
• สร้าง SET Climate Ecosystem: ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยมีแผนพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ ตั้งเป้า บจ. ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท พร้อมมุ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศด้วยมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และเตรียมพร้อมทุกภาคส่วนให้รองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
• ต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access: นำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร พัฒนานโยบายสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้เทียบเคียงสากล
3) เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People)
• พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการบริการ: พัฒนาระบบ Clearing ใหม่เพื่อเตรียมการที่จะเริ่มให้บริการในปี 2570 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบ และยกระดับ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer,
e-Proxy, e-Document, Investor Portal
• วางรากฐานพัฒนาคน: ขับเคลื่อนบุคลากรเพื่อสอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และตระหนักถึงความยั่งยืน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งหวังว่าการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ทั้ง 3 ด้าน จะช่วยให้ตลาดทุนไทยกลับมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าสู่ตลาดทุน และสร้างโอกาสการลงทุนที่ยั่งยืนอย่างทั่วถึงสำหรับทุกคน