นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 8 ต.ค. กำหนดประชุมกนง. ครั้งที่ 5/2568, สัปดาห์ที่ 2 กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า, ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สัปดาห์ที่ 4 ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์,
กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สัปดาห์ที่ 5 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 31 ต.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 7 ต.ค. ญี่ปุ่น รายงานการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนส.ค., สหรัฐฯ รายงานดุลการค้าเดือนส.ค. และการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือนก.ย., วันที่ 28-29 ต.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งที่ 7/68
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการประกาศของกระทรวงการคลังถึงความพร้อมในการเดินหน้าหุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่คาดว่าจะใช้ได้ในปลายเดือนต.ค. นี้ โดยหุ้นกลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวได้แก่ CPALL BJC CPAXT CBG OSP SAPPE TNP และ MOTHER