นายศิริวัฒน์ ยกตัวอย่างว่า การบริหารองค์กรด้วยระบบ AI Agent ช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงสามารถจำลองสถานการณ์ ตรวจสอบสภาพคล่องและสต็อกสินค้าเพื่อตัดสินใจทางธุรกิจได้ในระดับชั่วโมง แทนที่จะต้องใช้เวลานานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนเหมือนในอดีต นอกจากนี้ องค์กรในปัจจุบันไม่ได้มองหาคนที่รู้เยอะ (Knowing) อีกต่อไป เพราะข้อมูลความรู้สามารถเข้าถึงได้ฟรีผ่าน AI แต่กำลังมองหาคนที่มีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) และมีความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) ซึ่งช่วยให้สามารถตั้งคำถามและต่อยอดการทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สหพัฒน์ ยึดมั่น "มากคน มากวาสนา" มุ่งยกระดับคนทำงานตรงกลาง
ด้าน นายเวทิต โชควัฒนา จากเครือสหพัฒน์ ระบุว่า ความท้าทายเรื่อง AI และช่องว่างระหว่างวัยถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน ในยุคที่ประชากรเกิดใหม่และแรงงานรุ่นใหม่ลดจำนวนลง การนำ AI เข้ามาจะช่วยขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงานได้สูงขึ้น
สำหรับปัญหา Generation Gap ภายในองค์กร นายเวทิต มองว่า ปัจจุบันผู้บริหารระดับสูงที่มี Pain Point ด้านธุรกิจ สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี ทว่ากลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญและปรับเปลี่ยนมากที่สุดคือ "คนระดับกลาง" ที่อาจมีความกังวลหรือไม่กล้าเปิดรับเทคโนโลยี