ประเด็นแรก วีระยุทธระบุว่า คณะกรรมการดาตาเซนเตอร์ต้องกล้าบังคับใช้กฎระเบียบย้อนหลังกับโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไปแล้วจำนวน 57 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 811,000 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าจะไม่มีการควบคุมย้อนหลัง ทั้งในด้านการจัดการน้ำ ไฟฟ้า การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงเงื่อนไขการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ซึ่งหากไม่มีการบังคับใช้ย้อนหลัง จะทำให้ไม่สามารถควบคุมโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันได้
ประเด็นที่สอง ต้องอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย ปัจจุบันธุรกิจดาตาเซนเตอร์ยังอยู่ในภาวะสุญญากาศ ไม่เข้าข่ายกิจการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือต้องขออนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้หลายบริษัทเลี่ยงไปขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารคลังสินค้า นอกจากนี้ยังพบปัญหาใหม่ในกรณีการลงทุนหลักแสนล้านบาทของบริษัท TikTok ที่ไม่ถูกนับรวมในข้อมูลการลงทุนของ BOI โดยมีการให้เหตุผลว่าเป็นการลงทุนในลักษณะ ‘Data Hosting’ หรือบริการให้เช่าพื้นที่เก็บข้อมูล ไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐานแบบดาตาเซนเตอร์ คณะกรรมการจึงมีความจำเป็นต้องปิดช่องโหว่เพื่อไม่ให้เกิดการหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์