สมาคมเหล็กทรงยาว จี้ สมอ. แบนเตาหลอม IF ร่าง มอก. ใหม่เสี่ยงตึกถล่ม
15 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

สมาคมเหล็กทรงยาวจี้ สมอ. ปฏิรูปมาตรฐานเหล็กเส้นไทย หนุน รมว.อุตสาหกรรม แบนเตาหลอม IF ชี้ช่องโหว่ร่าง มอก. ใหม่ ทำลายโครงสร้างประเทศเสี่ยงภัยพิบัติตึกถล่ม
Business
15 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

สมาคมเหล็กทรงยาวจี้ สมอ. ปฏิรูปมาตรฐานเหล็กเส้นไทย หนุน รมว.อุตสาหกรรม แบนเตาหลอม IF ชี้ช่องโหว่ร่าง มอก. ใหม่ ทำลายโครงสร้างประเทศเสี่ยงภัยพิบัติตึกถล่ม
KEY
POINTS
15 มิถุนายน 2569 สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน รวมพลังภาคีวิศวกรออกแถลงการณ์เร่งด่วนที่กรุงเทพฯ เพื่อหนุนนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมในการสั่งแบน เตาหลอมIF ล้าสมัย หลังพบสถิติเหล็กหักเปราะสูงถึง 67% โดยเรียกร้องให้ สมอ. ปฏิรูป มอก.เหล็กเส้น ฉบับใหม่ทันที ด้วยการบังคับใช้เทคโนโลยีเตาปรุงน้ำเหล็กขั้นสูง หวังอุดช่องโหว่ทางกฎหมายและปกป้องชีวิตประชาชนจากความเสี่ยง ตึกถล่ม และภัยพิบัติเชิงโครงสร้างทั่วประเทศ
สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน (Standard Long Steel Product Trade Association) ออกแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนนโยบายเชิงรุก ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในการพิจารณายกเลิกการใช้เตาหลอมระบบ Induction Furnace (IF) เพื่อยกระดับความปลอดภัยสาธารณะอย่างยั่งยืน พร้อมแสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อร่างมาตรฐาน มอก. ฉบับใหม่ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้เทคโนโลยีล้าสมัย
ทางสมาคมฯ ขอให้กำลังใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เล็งเห็นถึงภัยเงียบและความปลอดภัยเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยระบุว่า นโยบายนี้เป็นก้าวสำคัญในการอุดช่องโหว่ความเสี่ยงในอุตสาหกรรมเหล็กเส้นไทย ซึ่งความจริงแล้วปัญหากระบวนการหลอมระบบ IF ที่ขาดมาตรฐานการปรุงน้ำเหล็กบริสุทธิ์ ได้สร้างความเสี่ยงสะสมในโครงสร้างสิ่งก่อสร้างของไทยมานานนับ 10 ปี จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ต้องเข้าขับเคลื่อนแก้ไขทันที เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
สมาคมฯ และภาคีเครือข่ายวิศวกร แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความพยายามผลักดัน และเร่งรัดให้มีการอนุมัติผ่าน ร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ร่าง มอก. เหล็กเส้นก่อสร้าง ฉบับใหม่) ที่ยังคงเปิดช่องและเอื้อให้ใช้เทคโนโลยีจากเตา IF ต่อไป
หากภาครัฐปล่อยให้ร่าง มอก. ฉบับดังกล่าวประกาศใช้ จะถือเป็นการแช่แข็งอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้ล้าหลัง ทำลายเจตนารมณ์นโยบายความปลอดภัยของรัฐมนตรีฯ และเป็นการส่งต่อความเสี่ยงภัยพิบัติทางโครงสร้างอาคารไปให้ประชาชนไทยแบกรับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สมาคมฯ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เพื่อไม่ให้สังคมสับสนใน 2 ประเด็นหลัก:
ประเด็นข้ออ้างว่า มอก. ปัจจุบันไม่บังคับต้องมีเตาปรุงน้ำเหล็ก (LF): ข้อเท็จจริงคือเป็นการหาช่องว่างทางภาษา เพราะใน มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 มีบทบัญญัติชัดเจนว่า ต้องมีกระบวนการทำน้ำเหล็กบริสุทธิ์ (Refining Process) อย่างเหมาะสม เช่น การมีเตาปรุง หรือการลด P (ฟอสฟอรัส) และ S (ซัลเฟอร์) ซึ่งในโลกโลหะวิทยาจริงจะไม่มีกระบวนการใดสกัดสารมลทินได้หากไม่มีขั้นตอนการปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง
การปฏิเสธความจำเป็นนี้จึงขัดต่อเกณฑ์ มอก. ปัจจุบันโดยสิ้นเชิง
ประเด็นเตา IF ผลิตสเตนเลสได้: เตา IF ใช้หลอมเหล็กเกรดสูงได้เฉพาะเมื่อใช้ "วัตถุดิบบริสุทธิ์คัดเกรดพิเศษ" (Virgin Materials) เท่านั้น แต่บริบทของเหล็กเส้นไทยคือการรีไซเคิล "เศษเหล็กชุมชนปนเปื้อนสูง" เช่น ตัวถังรถยนต์ สังกะสี และตะปู ซึ่งเตา IF ขาดขีดความสามารถในการแยกตะกรันออกจากน้ำเหล็ก ทำให้สารมลทินฝังแน่นในเนื้อเหล็กและเป็นเหตุให้เหล็กด้อยคุณภาพ
ความแตกต่างระหว่างระบบ EAF + LF และ IF ในมิติการควบคุมกระบวนการผลิต (Process Control) มีความแตกต่างที่สำคัญคือ: กระบวนการขั้นสูง (EAF + LF): มีระบบเป่าออกซิเจนดึงสารสกปรกออกด้วยเคมี มีระบบเทน้ำเหล็กใต้เตา (EBT) กักตะกรัน และมีระบบกวนก๊าซอาร์กอนในเตาปรุง (LF) เพื่อกำจัดสารมลทินและกระจายอุณหภูมิให้สม่ำเสมอ
กระบวนการเตา IF: ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลอมอย่างเดียว ไม่สามารถเป่าออกซิเจนได้ เวลาเทต้องคว่ำเอียงปากเตาทำให้ตะกรันสกปรกไหลปนลงน้ำเหล็ก และไม่มีระบบเตาปรุง ทำให้คุณภาพและความร้อนแปรปรวน 100% ตามสภาพเศษเหล็ก
สมาคมฯ เตือนว่าการที่สิ่งปลูกสร้างในอดีตยังไม่แสดงอาการบกพร่อง ไม่ใช่สิ่งการันตีความปลอดภัย เพราะสารมลทินในเหล็กระบบ IF จะนำไปสู่ "สภาวะล้า (Fatigue)" และ "การหักเปราะอย่างกะทันหัน (Brittle Failure)" เมื่อเผชือนแรงสั่นสะเทือนในระยะยาว
สอดคล้องกับงานวิจัยจากมาเลเซีย (SEAISI 2025) ที่พบว่า เหล็กจากกระบวนการ IF มีอัตราชิ้นงานแตกหักระหว่างทดสอบสูงถึงร้อยละ 67
ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นไม่ปรากฏการใช้เทคโนโลยี IF ในการผลิตเหล็กเส้นโครงสร้าง และประเทศจีนได้ประกาศยกเลิกและห้ามใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 2 มาตรการ เพื่อตัดวงจรข้อมูลที่คลาดเคลื่อน สมาคมฯ ขอเสนอมาตรการต่อหน่วยงานผู้ออกกฎหมาย ดังนี้:
จำกัดพื้นที่ใช้งาน: ห้ามใช้เหล็กเส้นจากเตา IF ที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก (LF) ในอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และโครงสร้างพื้นฐานรัฐ โดยให้ผลิตได้เพียงเหล็กเส้นกลม SR24 ขนาดไม่เกิน 15 มิลลิเมตร สำหรับงานขนาดเล็กที่ไม่ซับซ้อนเท่านั้น
บังคับใช้เทคโนโลยีเตาปรุงเหล็ก (Ladle Furnace): กำหนดให้ทุกโรงงานต้องติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก (LF) เป็นเครื่องจักรภาคบังคับในการขออนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตโรงงาน เพื่อความโปร่งใสและคุณภาพที่สม่ำเสมอ
ทั้งนี้ สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ยืนหยัดคัดค้านร่าง มอก. ที่เปิดช่องให้เตา IF อย่างถึงที่สุด และพร้อมเคียงข้างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อปฏิรูปอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
ข่าวล่าสุด